ReadyPlanet.com


งานไม้... ที่เป็นเรื่องราวมาจากแรงบันดาลใจ +++ ช็อปงานไม้ในฝันของผม เริ่มแล้วที่หน้า 4
avatar
เทอดศักดิ์(M)


user image

Season 1

  Episode I:  กำเนิดงานไม้ (ของผม)

       ย้อนไปประมาณกลางเดือน มีนาคม 2553 เมื่อชีพจรลงเท้า ต้องย้ายที่อยู่ใหม่ มีเงินเก็บเล็กน้อย จึงมีความตั้งใจว่าจะสร้างโรงรถเชื่อมต่อกับบ้าน ที่สามารถเก็บของต่างๆไว้ในโรงรถและมีประตูโรงรถที่สามารถเปิดปิดให้รถเข้าออกได้ทั้งบาน (Garage Door) เมื่อเวลาทำงานในโรงรถจะได้เปิดให้แสงเข้า และลมสามารถผ่านสะดวกเพื่อลดความร้อน เวลาเลิกใช้ก็สามารถจอดรถแล้วปิดโรงรถเพื่อกันขโมยได้ด้วย
        เนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศบ่อยและช่วงที่ไปเยี่ยมลูกสาวที่เรียนอยู่ที่อเมริกาได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากเอากลับมาทำที่บ้านเราบ้าง และ
เป็นแรงบันดาลใจให้มาสนใจงานไม้ จึงได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับ DIY งานไม้  จากที่ได้ลดเวลาการเล่นกอล์ฟให้น้อยลงบ้างเพราะสังขารไม่ค่อยให้เนื่องจากเป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม จึงเริ่มจากการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ Woodworking ทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งความรู้ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในยุคนี้ ค้นไปค้นมาก็ได้ข้อมูลมามากมาย ทั้งหนังสือ แมกกาซีน และวิดิโอ ให้อ่านและดู

        
*** ช็อปงานไม้ในฝันของผม (My dream works wood shop) เริ่มแล้วที่หน้า 4 ครับ ***



ผู้ตั้งกระทู้ เทอดศักดิ์(M) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2012-10-30 16:07:11


« 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »

ความคิดเห็นที่ 301 (2965377)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 5: ช็อปงานไม้ในฝันของผม (My dream works wood shop)

EPISODE 1: ตู้เก็บเครื่องมือตั้งพื้น

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-02 12:02:38


ความคิดเห็นที่ 302 (2965378)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      SEASON 5 นี้เป็นภาคต่อจาก SEASON 3: ผมขอตั้งชื่อว่า "ช็อปงานไม้ในฝันของผม" แล้วกันครับ เพราะคุณเขมทัต แกก็มี "โต๊ะงานไม้ในฝันของผม"

     หลังจากที่ผมได้ทำ Rolling Shop Cart ใน SEASON ที่ 3 ก็ได้เวลาที่ผมจะเริ่มทำงานต่อจากที่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรบ้างก่อนหน้านี้

     วัสดุพร้อม (มานานนน..มากแล้ว) โดยเฉพาะอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ฟิตติ้งต่างๆที่ต้องใช้ ผมก็ซื้อมานานมากๆแล้วดูประวัติที่ซื้อมาก็ครบปีพอดีเลย จริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ไม่น่าเอาอย่างเลย เพราะจะใช้อะไรแล้วค่อยซื้อก็ได้ เป็นการสูญเปล่าเงินจมโดยใช่เหตุเหมือนกันนะ

      สาเหตุที่ผมใช้ไม้อัดขนาด 20 มม.ทั้งแผ่นมาทำเป็นโครงของตู้ไปเลยโดยไม่ได้ใช้ไม้โครงจ๊อยและยิงไม้อัดบางปิดหน้าโครงลงไป เพราะอยากให้มันแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักได้มากๆนะครับ ส่วนเครื่องมือที่ผมใช้ตัดไม้อัดก็เป็น Track Saw ของผมเองที่ไม่ต้องง้อ Makita SP6000 ที่เป็น Track saw จริงๆด้วยค่าตัว 12K ที่เคยจะซื้อแต่ดันไม่มีรางให้มาด้วย แล้วหนำซ้ำก็ยังไม่มีรางขายด้วย(เพราะไม่ได้สั่งมาขาย) 

      ผมก็เลยเอาไม้อัดนี่แหละครับเป็นรั้วแทนรางซะเลย คิดว่าจะเปลี่ยนไปใช้ Hardboard หรือ MDF เหมือนกัน เพราะเห็นว่าขอบมันเรียบกว่าขอบไม้อัดมาก (ขอบไม้อัดไม่ค่อยเรียบแม้ว่าจะตรงก็ตามแต่ไม่เรียบ ทั้งที่เป็นขอบด้านที่ตัดมาจากโรงงาน หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Factory cut ก็ตาม)

     ผมต้องตัดไม้อัดบนพื้น โดยมีโต๊ะชั่คราวที่ทำด้วยมัดไม้จ๊อย 4 มัด (เนื่องจากมันป็นไม้ตะเคียนเลยค่อนข้างหนักจนต้องลากเอา) แต่ก็ทำให้แข็งแรงดีในการนำมาทำเป็นโต๊ะรองตัดแบบนี้นะครับ เหตุที่ผมต้องตัดไม้บนพื้นแทนที่จะตัดบนโต๊ะเลื่อย ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับก็เพราะแผ่นไม้อัดขนาด 20มม. นั้นผมยกขึ้นโต๊ะเลื่อยคนเดียวไม่ไหวมันหนักมาก และอีกสาเหตุหนึ่งคือรั้วของโต๊ะเลื่อย Makita ที่มีอยู่จะตัดไม้อัดที่หน้ากว่างเกิน 23-1/2 นิ้วไม่ได้หากไม่มีโต๊ะเสริมมาช่วย และตั้งรั้วใหม่เองน่ะครับ (สงสัยอีกหน่อยต้องขายทิ้งเพราะไม่ได้ใช้มันแล้วแน่เลย)

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-02 12:05:19


ความคิดเห็นที่ 303 (2965505)
avatar
i3ird

เยี่ยมเลยครับพี่เอ็มสำหรับโต๊ะเลื่อยที่ว่า..เอาเข้ามาเองเลยเหรอครับและค่าตัวน้องเค้าเท่าไรอะเห็นJet เค้าก็มีนี่ครับหน้าตาแบบนี้เนี่ยเพียงแต่ว่าใส่ใบดาโดเบลดมิได้เท่านั้นเองเป็นกำลังใจให้นะครับสำหรับปัญหาผบ.ทบ ประท้วงก่อกบฎเลยครับผมจะไปร่วมชุมนุมด้วย555

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-03 14:50:47


ความคิดเห็นที่ 304 (2965525)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

คุณ i3ird

     ขอบคุณในกำลังใจครับ แต่ผมไม่กล้า (แม้แต่จะคิด) ไม่ว่าจะปฏิวัติหรือกบฏก็ตามนะครับ กลัวอ่ะ แต่ผมก็ทำใจกล้าคิดว่าเป็นไงเป็นกันจะพาน้องเขาเข้าบ้านละครับ ส่วนน้อง JET นี่ ผมไปเปิดทุกซอกทุกมุมกันสองต่อสองมาแล้วที่สำนัก ท่านอนุชิต เจ้าพ่อ Thaicarpenter.com นี่แหละครับ สาวเจ้าสเป็คยุโรปขนานแท้เลย จึงไม่ยอมพี่โด้แน่นอน (คงเนื่องจากกฏหมายทางยุโรปไม่ให้พี่โด้รุกล้ำได้อย่างเด็ดขาด ถึงโดนจับติดคุกได้เลย) 

      สาว JET ที่ยอมพี่โด้คนเดียว ต้องเป็นสาวมะกัน ที่ชื่อเก๋ๆว่า XACTA เท่านั้นคร๊าบ เอเย่นต์เมืองไทยก็ไม่สามารถเอาเข้ามาได้ต้องสั่งเอง จากอเมริกา หรือ ออสเตรเลีย โน่นเลย ค่าตัวน้องรวมค่าขนส่งและภาษีเกิน 100K เยอะเลยถึงขนาด 150K ได้เลย

      ผมจึงไม่มีทางเลือกอื่น และผมก็ทนความน่ารักและความเย้ายวนจากเธอไม่ไหวจริงๆ อาศัยที่ผมสั่งสินค้าจากต่างประเทศให้ ผบ. ผมเป็นประจำ เลยเอาเข้ามาเองเลย ยังไม่ได้ตัวเลขจริงๆแต่น่าจะประมาณ 60-65K (ตัวนี้เคยถามร้านที่สามารถสั่งให้ได้เสนอมาตัวละ 109K เห็นราคาแล้วหน้ามืดเลย มันจะเอากำไรอะไรกันขนาดนั้น) ตอนนี้ผมเลยสั่งพี่โด้ SD508 กับ Box Joint SBOX8 ของเจ้าพ่อ Freud  จากสำนัก Rockler (เลียนแบบคุณ i3ird เลย อยากเอามายั่วดีนัก) มารอไว้ก่อนแล้วละครับ และน่าจะมาถึงก่อนน้องเขาด้วยซ้ำ 

    ตอนนี้ผมละปิดปากสนิทเลย เก็บทุกอย่างที่จะเป็นหลักฐานได้ และไม่ได้แย้มพรายเรื่องนี้ให้ระแคะระคายใดๆเลย คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรในวันที่พาน้องเขาเข้าบ้านน่ะครับ ยังคิดไม่ตกเลย สงสัยต้องส่งไปเที่ยวไกลๆให้สบายใจก่อนมั้งวันที่กลับมาอาจอารมณ์ดีขึ้น พยายามคิดไว้ทุกมุขแล้วนะเนี่ยะ...เอิ๊ก 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-03 17:54:53


ความคิดเห็นที่ 305 (2965541)
avatar
เสะ

 สวัสดีครับ คุณเอ็ม คุณi3ird

ไม่ค่อยได้ตอบ แต่ตามอ่านอยู่เรื่อยๆ ครับ ขอเอาใจช่วยเรื่อง workshop ให้เสร็จไวๆ นะครับ dado blade ผมว่า 

Freud SD608 8"" Dial-A-Width Dado  น่าใช้มากนะครับ ดูใช้สะดวดดี ผมยังอยากได้เลยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เสะ วันที่ตอบ 2013-06-03 20:27:31


ความคิดเห็นที่ 306 (2965545)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

** เรียงตามลำดับเลย Freud SD208 SD508 SD608 และ Forrest Dado King ครับ **

 คุณเสะ

       สวัสดีครับ ไม่ต้องเกรงใจ มาร่วมวงกันได้เลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้ไปด้วยกัน เพราะอย่างน้อย คุณเสะนี่ก็ต้องเป็นรุ่นพี่ในวงการเพราะทำมาก่อน เครื่องมือเอาออกมาปัดฝุ่นหมดหรือยังครับ เผื่อจะได้ดูว่ายังขาดอะไรจะได้หามาเติมไงครับ ผมเองก็เริ่มงานไม้จากศูนย์เหมือนกัน 

       การสร้างช็อปของผมเองคิดว่าจะทำมันไปเรื่อยๆละครับ ยังมีเวลาอีก 6 เดือน(ตามแผน) มันสนุกดีครับ แล้วอีกอย่างก็กลัวว่าหากรีบทำเสร็จหมดเดี๋ยวจะไม่มีอะไรให้ทำ 555 (ข้ออ้างน่ะครับ)
       
      ส่วนเรื่องใบ Dado Freud รุ่น SD608 นั้นแรกๆผมก็คิดเหมือนคุณเสะเลยแหละครับ ยังชอบอยู่เลยเพราะข้อดีของมันคือมันปรับง่ายใช้หมุนเอา เป็นนวัตกรรมของ Freud แต่ข้อเสียจากผู้ที่เคยใช้ก็มีเยอะนะครับ เช่นมันปรับความหนาแบบละเอียดไม่ได้เพราะมันปรับเป็น Step, จะตัดร่องที่กว้างเกิน 5/8" ได้ไม่ดี, น้ำหนักเยอะกว่า, ใช้ไม่ได้กับโต๊ะเลื่อยทุกรุ่นทุกยี่ห้อ และ ราคาแพงอยู่ครับ $274 เท็จจริงอย่างไรไม่ทราบนะครับ เพราะยังไม่เคยใช้เหมือนกัน

       ใบ dado จากอเมริกาเกือบทั้งหมดต้องใช้กับเพลา 5/8 นิ้ว ส่วนเพลา 1นิ้ว ก็มีขายเหมือนกันเช่นของ Forrest Dado King และ Amana แต่ต้องสั่งพิเศษเอาครับ (ผมว่าต่อไปมาตรฐานอเมริกันน่าจะใช้ขนาด 30 มม. เหมือนกับในยุโรปนะครับ เพราะใบใหญ่เกิน 10 นิ้วจะใช้เพลา 5/8 นิ้วไม่ได้ ดังนั้นเพลาใหญ่น่าจะปลอดภัยกว่า แต่ก็คงต้องเพิ่มแรงม้าขึ้นอีกนะครับ)

      SD608 คุณ i3ird แกก็มีอยู่ชุดหนึ่งเหมือนกัน ไม่รู้ว่าใช้แล้วเป็นอย่างที่เขาวิจารณ์กันหรือเปล่าไว้ต้องลองถามดูหน่อย ผมเลยซื้อ SD508 ราคา$199 มาลองดูก่อน(ช่วงนี้ Rockler ลดราคา 15% ในวันพ่อของฝรั่งเขา 3 วันครับ ส่วนลดทำให้ประหยัดเงินค่าขนส่งไปได้ครึ่งหนึ่งเลย) แล้วค่อยหาโอกาส ไปสอย 8" Forrest Dado King $299 ที่เขารีวิวกันว่าดีสุดๆเข้ามาอีกทีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-03 21:17:54


ความคิดเห็นที่ 307 (2965617)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ขนาดความยาวของตู้ที่ผมทำคือสุดความยาวของไม้อัดเลย ไม่ต้องตัดทิ้งเสียของคือ 8 ฟุตหรือ 2.44 เมตร ช่วงแรกผมตัดไม้อัดหนา 20 มม. ให้มีความกว้าง 4นิ้วเพื่อใช้เป็นคานเชื่อมต่อขาโต๊ะเข้าด้วยกันจำนวน 5 แผ่น โดยตัดด้วยเลื่อยวงเดือนและรั้วไม้อัดตามแบบรายการตัดไม้ (Cut list) ที่ทำไว้ก่อนหน้า เพื่อการประหยัดไม้ให้มากที่สุด แล้วก็เป็นการฝึกเราไปในตัวให้ทำอย่างนี้ทุกครั้ง ก่อนที่จะตัดไม้  

   เมื่อก่อนนี้ แรกๆทำงานไม้ใหม่ๆ ผมก็ไม่ได้ทำอย่างนี้เลยทำให้เวลาไปซื้อไม้ จะกะไม่ค่อยจะถูกว่าจะต้องซื้ออะไรบ้าง จำนวนเท่าไร? ในที่สุดก็ต้องไปซื้อหลายรอบ และบางส่วนที่ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้น่ะครับ แรกๆร้านไม้ก็ดูจะไม่ค่อยบริการเท่าไรเพราะซื้อทีละ 6-7 K คงคิดว่าเราเป็นขาจร แต่มาตอนหลังๆที่ซื้อไม้เพื่อมาทำชิงช้ากับสร้างช็อปใหม่นี่เกือบๆ 50K รู้สึกจะบริการดีขึ้นหน่อย จะซื้อเท่าไรก็มาส่งแถมบอกไม่ต้องไปที่ร้านก็ได้ โทรไปสั่งเดี๋ยวเอามาส่งให้ถึงที่เลย เงินนี่มันเนรมิตรได้หลายอย่างเลยแม้กระทั่งเปลี่ยนนิสัยคนเรา ว่างั้นไหมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 10:34:09


ความคิดเห็นที่ 308 (2965683)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

         รูปร่างของโครงที่ทำครับ ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบน และด้านล่างตามลำดับ โดยแผ่นไม้ด้านข้าที่เป็นโครงขา ผมทำบังใบไว้ทุกด้าน ยกเว้นด้านหน้าด้านเดียว เพื่อซ่อนปลายไม้ตัวคานทั้งหมดไว้ในบังใบ
         คานหลังตัวบนจะต่างจากตัวอื่นๆ คือผมทำไว้ขนานกับผนัง (ไม่ได้ขนานกับพื้นเหมือนตัวอื่นๆ) ก็เพื่อเอาไว้ยึดเข้ากับผนังได้เมื่อจำเป็น เพราะเห็นจากที่ฝรั่งทำไว้ กรณีที่ใส่ของหนักๆในลิ้นชัก แล้วเปิดลิ้นชักพร้อมๆกัน อาจทำให้ตู้หน้าคว่ำลงมาได้  (เผื่อไว้ก่อนครับ) ความจริงแล้วสามารถยึดที่ผนังหรือที่พื้นก็ได้ แต่ฝรั่งมักจะยึดที่ผนังเพราะบ้านเขาจะมีท่อทำความร้อนฝังอยู่ใต้พื้นเพื่อให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว หากเจาะพื้นอาจไปโดนท่อนั่นเอง ผมก็เลยสามารถที่จะยึดติดได้ทั้งกับผนังหรือพื้น เอาไว้ดูความเหมาะสมอีกทีในภายหลังครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 13:30:11


ความคิดเห็นที่ 309 (2965685)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ส่วนด้านข้างทั้งสองด้านก็จะมองไม่เห็นปลายไม้ เพราะบังใบ บังมันอยู่ครับ เหตุผลที่ผมเลือกแบ่งเป็น 3 ช่องก็เพราะต้องการให้หน้ามันกว้าง จะได้ทำรางลิ้นชักที่ช่องล่างสุดเอาไว้วางเครืองมือ ตัวใหญ่ที่ไม่ได้ใช้บ่อยๆได้ด้วย ทำให้ได้หน้ากว้างลิ้นชักประมาณ 28-30 นิ้ว
      2-3วันมานี้ไม่ได้เข้าช็อปทำงานต่อ มานั่งเขียนเรื่องราวและดูวิดีโองานไม้ ทำให้ผมคิดได้ว่ามีสิ่งที่ผมลืมไปสนิทเลยสำหรับการทำตู้เค้าน์เตอร์ คือลืมตัดช่องว่างเอาไว้สอดเท้า หรือตีนตู้ (Toe kick space) เนื่องจากตอนทำ Rolling shop cabinet ด้านล่างมันเป็นล้อขนาด 4นิ้วจึงไม่จำเป็นต้องมี ผมคงจะจำภาพมันตอนที่เคยทำไว้ทำให้ลืมไปสนิทเลย
     ดังนั้นต้องขออนุญาตไปแก้ไขก่อนทั้งแบบ และตัวจริงครับ (ข้อดีของการทำไป คิดไป เล่าไป ก็ดีอย่างนี้ครับ ผิดพลาดกลับไปแก้ไขใหม่ได้ 555)

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 13:39:46


ความคิดเห็นที่ 310 (2965719)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ตกลงผมแก้แบบใหม่ ให้มีที่สอดเท้า หรือตีนตู้ (Toe kick space) ตามที่คุณเอ๋เรียกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยรีบไปเปิดตำราดูว่าขนาดมาตรฐานที่เขาใช้กันมันเท่าไหร่ จากตำรา  การทำตู้เบื้องต้นด้วยจิ๊กเจาะเอียง ของ มาร์ค ดูกินสกี้ บอกไว้ว่าให้มีความลึก 3 นิ้วและสูงจากพื้น 4-1/2 นิ้ว ผมมาลองวัดจากหน้าขา จนถึงปลายเท้าผมก็น่าจะทำให้เรายืนสบายขึ้นเมื่อต้องยืนทำงานกับตู้นี้ หรือหยิบของจากตู้ติดผนังด้านบน
      แต่ในตอนนี้ก็คงแก้ได้เฉพาะแบบในคอมพิวเตอร์เท่านั้น ส่วนของจริงเดี๋ยวพิมพ์แบบใหม่แล้วคงต้องตามไปแก้ต่อให้เป็นไปตามแบบอีกทีครับ โดยจะทำไปพร้อมๆกับทำพื้นโต๊ะ (Top)เลย เพราะผมตัดสินใจได้แล้วว่าผมจะทำอย่างไรกับพื้นโต๊ะ หลังจากที่คิดไม่ตกอยู่เป็นสัปดาห์แล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 19:56:07


ความคิดเห็นที่ 311 (2965721)
avatar
เอ๋ เพาะช่าง

รอชมตอนต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ๋ เพาะช่าง (a_houvthak-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 20:02:41


ความคิดเห็นที่ 312 (2965722)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณเอ๋

     ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ ตีนตู้นี่ผมจำได้จากที่คุณเอ๋เคยเม้นท์ ตู้ใต้บันไดของคุณ i3ird เอาไว้ แต่ทำไมผมจึงมาลืมซะเองได้อย่างสนิทเลย (สงสัยอายุเยอะขึ้นหรือเปล่า??)  ตอนทำก็ไม่ได้เฉลียวใจ ดีนะที่ยังพอแก้ทัน เพราะมัวแต่คิดเรื่อง Top ของตู้ใบนี้ และตู้แขวนผนังว่าจะเอาอย่างไรดี เกือบไปแล้วไหมล่ะ

     หากคุณเอ๋เห็นตรงไหนที่ผมทำแล้วน่าจะต้องระวังหรือแก้ไข ช่วยแนะนำด้วยนะครับ เพราะตอนนี้ทำไปก็ลุ้นไปด้วยตลอดเวลาครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 20:11:52


ความคิดเห็นที่ 313 (2965724)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

        ผมต้ดแผ่นไม้อัดขนาด 20 มม. เพื่อทำขาตู้ทั้งหมด 4 แผ่นขนาด 26x 30-1/4 นิ้ว ด้วยเลื่อยวงเดือนกับรั้วตัด ดูท่าผมจะเหมาะกับการตัดไม้อัดด้วยวิธีนี้แน่เลย เพราะยกมันคนเดียวไม่ไหวจริงๆ โดยเฉพาะแผ่นขนาด 20มม. นี่มันหนักจริงๆ หรือแผ่น MDF นี่ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ และผมก็ดันไปซื้อมาทั้ง 20มม. และ 25 มม. มาอีกเป็นสิบ คือตั้งใจว่าจะเอามาทำจิ๊กน่ะครับ ตอนนี้เลยไม่สามารถไปขยับอะไรมันได้เพราะมันอยู่ในสุดเลยละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 20:29:28


ความคิดเห็นที่ 314 (2965726)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

        ผมเอาแผ่นด้านข้าง 2 แผ่นไปทำบังใบ (Rabbet) ด้วยโต๊ะเร้าเตอร์โดยใช้ดอกกัดตรง และด้วยความช่วยเหลือของตัวพาไม้ (Push  block) รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ผมทำไว้เอามากดบนแผ่นไม่ให้มันแนบกับพื้นโต๊ะเร้าเตอร์ ผลปรากฏว่าใช้งานได้ดีไม่มีลื่น โดยผมทำบังใบแผ่นด้านข้างแผ่นละ 3 ด้าน เว้นไว้เฉพาะด้านที่จะเป็นขอบหน้าตู้
       ขนาดความสูงและความลึก ที่ผมทำจะเท่ากันกับโต๊ะ Rolling shop cabinet ตัวแรกที่ผมทำไว้ เมื่อเอามาวางเทียบกัน จะเห็นว่าทั้งความสูงวัดจากพื้น และความลึกของตู้จะเท่ากัน เพื่อที่เมื่อเสร็จจะได้วางคู่กันและใช้งานร่วมกันได้

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 20:43:13


ความคิดเห็นที่ 315 (2965728)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

        ขั้นตอนต่อไปที่ผมทำคือ การตัดบากแผ่นขาโต๊ะเพื่อประกบไม้ส่วนที่เป็นคานเข้าไปด้วยเลื่อยจิ๊กซอ ตามรูปจะเห็นว่าผมลืมทำตีนตู้ (Toe kick space) เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ผมไม่ค่อยได้ใช้เลื่อยจิ๊กซอบ่อยนัก มีความรู้สึกว่ามันควบคุมยาก เพราะปลายมันไม่มีอะไรยึดทำให้ความเที่ยงตรงน้อยลงมาก โดยเฉพาะกับพวกมือใหม่อย่างผมนี่แหละครับ สรุปว่าเลื่อยจิ๊กซอนี่เลื่อยให้ตรงๆยากเหมือนกันนะครับ ขนาดผมเอาฉาก Rafter ช่วยเป็นไกด์แล้วยังเบี้ยวเลย 
         ตัดเสร็จก็นำมาทดลองวางประกบเข้ากันดูก่อนว่าเรียบสนิทกันดีหรือเปล่า ซึ่งมีทั้งต้องไสและขัดออก และเสริมเข้าไปก็มีครับ ผมอาศัยปากกาไม้ (Wooden clamp) 2 อันเป็นฐานช่วยประคองไว้ ทิปนี้เคยเห็นในวิดีโอของต่างประเทศ เลยจำเขามาใช้ ได้ประโยชน์ไปอีกอย่าง
        แต่เนื่องจากผมมีแค่ 2 ชุด (ผมมีแกนเกลียวหมุนสำหรับปากกาไม้อีก 2 ขุด ซื้อมาจากบู๊ทของ Thaicarpenter.com ในงานรวมพลคนรักงานไม้ครั้งที่แล้ว แต่ยังไม่ได้ทำ) เลยต้องประคองไว้แค่แผ่นด้านข้าง

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 20:54:42


ความคิดเห็นที่ 316 (2965743)
avatar
paisal

เห็นโต๊ะเลื่อยวงเดือนคุณM แล้วอิจฉานิดๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น paisal ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 22:45:13


ความคิดเห็นที่ 317 (2965745)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

 คุณ Paisal

        แหม...มีคนอิจฉาแสดงตัวเป็นคนแรกแล้ว นี่ขนาดยังไม่ได้เห็นตัวจริงๆกันนะ ถ้าได้เห็นตัวจริงจะขนาดไหน เห็นบอกอิจฉานิดๆเลยจะทำให้คุณ Paisal อิจฉามากขึ้นแถมตาร้อนอีกนิด คือผมสั่งตัวอ่านระยะดิจิตอล Wixey WR700 มาพร้อมกับ พี่โด้ SD508 และ SBOX8 ด้วยครับ จะได้ให้น้องเขาใส่โชว์ให้ดูน่ารักและไฮโซขึ้นอีก น่าที่จะทำให้ทุกคนรุมอิจฉามากขึ้นไปอีกก็ได้ เอาให้สุดๆไปเลย จึงทำให้ผมต้องเบรคโครงการน้องจอย (Jointer) ที่เคยคุยกันไว้ก่อน ทั้งที่ศึกษารายละเอียดอย่างถี่ยิบมาก่อนน้องฮาร์วี่ย์อีก

       ที่จริงแล้วน้อง Bigwood JP-801 ด้วยค่าตัว 28.5K นี่ถ้าผมได้เห็นหน้าค่าตาก่อนแล้วไม่ขี้เหล่มากก็อาจจะรับเข้าสังกัดไปแล้วก็ได้ ไม่ได้ดูเลยหมั่นใส้ไม่สนใจแล้วเปลี่ยนใจไปดูน้อง เจ๊ท (JET) JPT-310 แทนแล้ว แต่ค่าตัวน้องเขามันไฮโซไปหน่อย ถ้าสัก 55K ผมจะยอมแคะกระปุกแล้วไปรับน้องเขามาเข้าสังกัดพร้อมๆกับน้องฮาร์วี่ (ตายเป็นตายเลย) งั้นเอาไว้รอช็อปเสร็จแล้วค่อยคิดอีกทีแล้วกันว่าจะเอาอย่างไรกับน้อง JET จริงไหมครับ
        

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-04 23:06:43


ความคิดเห็นที่ 318 (2965749)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      มีเรื่องเล่าถึงความบังเอิญของผมเพื่อคลายเครียดระหว่างพักมาเล่าเรื่องช็อปงานไม้ของผมบ้าง คือผมคิดว่า ช่วงนี้ผมต้องถูกโฉลกกับน้อง ฮาร์วี่ย์ และพี่โด้แน่เลย เพราะอยู่ดีๆก็มีฝรั่งท่านหนึ่งเท่าที่ทราบก็น่าจะอายุมากแล้ว ที่จังหวัดพะเยา แกทำงานไม้ไม่ไหวแล้ว เลยนำเครื่องมือต่างๆที่มีอยู่ออกมาขายทั้งหมดในห้องซื้อขายสินค้ามือสองของ Thaicarpenter ของพวกเรานี่แหละครับ
      ผมดูๆแล้วก็เห็นว่าเครื่องมือต่างๆที่แกเอาออกมาขาย ผมก็มีหมดแล้ว บางประเภทก็มีหลายตัวอีกต่างหาก ก็เลยยังไม่ได้ซื้อชิ้นไหนและเห็นเพื่อนๆสนใจช่วยกันซื้อเพราะแกขายถูกๆ จนมาเห็นทีหลังว่าอุดหนุนกันไปเกือบหมด ยกเว้นชุดใบ dado ของ Mibro (ที่เป็นใบ dado คุณภาพพอใช้ได้ ไม่ได้เทพเหมือนกับพวก Freud หรือ Forrest เขา) ที่ยังไม่มีใครซื้อ ผมบังเอิญแวะเข้าไปดู เห็นบอกว่าเป็นของใหม่เก่าเก็บ ผมเลยรับซื้อไว้ ส่วนค่าตัวก็ไม่แพงจริงๆครับแถมสั่งปุ๊บส่งให้เสร็จรุ่งขึ้นถึงหน้าประตูบ้านผมเลย
      ผมได้มันมาแล้วแต่ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะแกนเพลาเป็น 5/8 นิ้ว ได้แต่เก็บไว้ดูก่อนเฉยๆนะครับ รอน้องฮาร์วี่ย์ก่อน ผมเลยถ่ายรูปมาให้อิจฉากันเล่นๆ หลังจากที่ผมแอบอิจฉาคุณ i3ird เรื่องพี่โด้ นี่มานานตั้งแต่ครั้งไปเยี่ยมช็อปและโรงงาน และแกเอาออกมาให้ดูแบบฟูลทีมเลย เมื่อปลายปีที่แล้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 00:14:06


ความคิดเห็นที่ 319 (2965793)
avatar
i3ird

ดีใจด้วยครับพี่เอ็มที่ได้ใบพี่โด้มาแบบบังเอิญ...แหมผมเห็นตัวน้องฮาร์วี่ย์นี้แล้วอิจฉาเหมือนคุณไพศาลเลยแต่ไม่เป็นไรรอน้องเค้ามาก่อนแล้วจะขอไปชมตัวจริงชัดๆกันเลย

ผมเห็นหนึ่งในโครงการทำช็อปของพี่แล้วจะมีตัวที่วางเหล่าแคล้มป์ทั้งหลายผมว่านะพี่มันไม่น่าทำเลย(ตามที่พี่เคยเห็นในช็อปผมซึ่งตัวนี้ทุกวันนี้รื้อไปแล้ว)มันไม่เวริคร์เท่าไรคือมันเกะกะอะครับทุกวันนี้ผมแขวนขึ้นตามรางผนังรู้สึกสะดวกกว่าเยอะ(อันนี้ก็แล้วแต่นะครับแค่ให้ข้อมูลเฉยๆ)

ถึงอย่างไรดูอนาคตช็อปพี่แล้วรู้สึกสดใสมากๆผิดกับช็อปผมเลยทุกวันนี้ไม่ได้เข้าไปประมาณเกือบสองเดือนแล้วกำลังคิดเลยว่าอาจจะเลิก(ไม่มีเวลาจริงๆ)แต่ขอไปเรียนกับอ.เอ๋ก่อนแล้วจะตัดสินใจอีกทีถ้าเลิกผมจะเลหลังของทั้งหมดเผื่อพี่เอ็มจะสนใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 12:50:20


ความคิดเห็นที่ 320 (2965805)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ i3ird

        วันนี้ได้รับพี่โด้ Mibro มาแล้วครับ เก็บไว้เป็นกำลังใจรอน้อง ฮาร์วี่ย์ ก่อนพร้อมแล้วค่อยว่ากัน โห...ยิ่งถ้าคุณ i3ird จะมาดูตัวน้องเขายิ่งกดดันให้ผมต้องเร่งทำช็อปให้เสร็จเร็วๆขึ้นอีก ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้วยังเป็นเหมือนโกดังเก็บของเลย ไม่มีเค้าโครงที่จะเป็นช็อปงานไม้เลยแม้แต่น้อยถ้าไม่มีเครื่องมือวางไว้ให้เห็นบ้างก็คงคิดว่าเป็นโกดังเก็บของแน่เลย สิ้นปีพอไหว ถ้ามาก่อนก็ต้องมาช่วยผมทำช็อปละครับ หาคนช่วยอยู่พอดี 555
        เรื่อง Mobile clamp Rack นี่มันเกิดจากปัญหาที่ shop ผมจะมีผนังทึบด้านเดียวที่สามารถใช้งานได้ คือด้านที่จะทำตู้นั่นแหละครับ อีก 2 ด้านเป็นหน้าต่างกระจกกับประตูอีก 2 บานแล้วก็ที่ติดตั้งเบรกเกอร์ไฟฟ้า ส่วนที่เหลือเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับที่จอดรถโล่งๆ ทำให้ไม่มีที่ให้แขวน แคลมป์ หรือของใดๆได้ จึงจำเป็นต้องทำเพื่อให้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง สามารถเคลื่อนย้ายไปหลบตามซอกตามมุม และหลบรถเวลาเข้ามาจอดได้ด้วยน่ะครับ หรือเวลาไม่ใช้ก็จะเข็นไปกองรวมกันหน้าตู้ละครับ พื้นที่ผมมีจำกัดต้องแบ่งกันใช้กับรถอีก 2 คัน และสินค้าของ ผบ. ผมน่ะครับ ขอบคุณที่แนะนำครับจะได้ทำแบบ Knockdown เผื่อไม่เวิร์คจริงๆ อนาคตจะได้สลายตัวแยกร่างได้ เดี๋ยวเอาไว้คิดดูอีกทีครับ
         ได้อ่านว่าจะเลิกงานไม้แล้วตกใจหมดเลย เลิกสนใจเมื่องานยุ่งได้ เพราะงานไม้เป็นงานอดิเรก ขนาดผมบางที  2-3 เดือนก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ว่างๆค่อยมาปัดฝุ่นมันใหม่โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ก็งานยุ่งมากทำได้เดือนละวัน สองวันเท่านั้น อย่าไปซีเรียสกับมันมาก
        ผมว่าเมื่อเราไม่มีเวลาวันนี้ก็ปล่อยมันไว้เฉยๆก็ได้ สักวันเราก็จะมีเวลาให้มันเอง สมัยที่ผมอายุรุ่นคุณ i3ird ผมยังไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเหมือนคุณ i3ird ที่ทำไว้ตอนนี้เลย ต้องหาเงินส่งลูกเรียนที่อเมริกาตั้งแต่ไฮสคูลอย่างเดียว ตอนนี้หมดหน้าที่แล้วเลยเกษียนตัวเองก่อนกำหนด ทำงานน้อยลงเท่าที่จำเป็น เพื่อที่จะได้มีเวลาทำสิ่งที่ชอบแต่ไม่มีโอกาสได้ทำมาทั้งชีวิต 
        หาก อ.เอ๋ เข้ามาอ่านแล้วตอนถ่ายทอดวิชาให้คุณ i3ird วันที่ 15 มิ.ย. ช่วยให้กำลังใจคุณ i3ird ด้วยนะครับ ผมก็เป็นกำลังใจให้อีกแรงครับ..แต่...ห้ามเลิกเด็ดขาด.. โกธรตายเลย ทิ้งกันได้ไง
         

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 14:11:42


ความคิดเห็นที่ 321 (2965873)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     รูปนี้เป็นรูปด้านหน้าและด้านหลังตู้ เป็นขั้นตอนประกอบคานทั้ง 5 อันเข้ากับแผ่นไม้ที่เป็นขา 4 ขาด้วยกาวและสกรู แล้วบีบด้วยแคล้มป์ท่อขนาด 1.50 เมตร ทั้งหมดที่ผมมีอยู่ 8 อัน กับแคล้มก้ามปูขนาด 50นิ้วอีก 4 อัน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 21:48:14


ความคิดเห็นที่ 322 (2965875)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

    รูปด้านบนและด้านหลังเมื่อติดคานยึดขาทั้ง 4 ชุดเข้าด้วยกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 21:51:12


ความคิดเห็นที่ 323 (2965876)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       ติดกาว ยิงตะปู แล้วยึดด้วยสกรูอีกจุดละ 2-3 ตัวเพื่อความแน่าหนา เสร็จแล้วผมก็เอาแคล้มป์ท่อ ช่วยกันยึดจับฉากไว้ และมันจะได้ไม่โย้ไปโย้มาระหว่างรอกาวแห้ง เดี๋ยวจะงานเข้าตอนติดตั้งลิ้นชักน่ะครับ เมื่อเสร็จแล้วผมจะลากไปวางไว้ ณ.สถานที่ๆจะตั้งจริงอีกทีเพื่อรอทำงานขั้นต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 21:54:52


ความคิดเห็นที่ 324 (2965877)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     ภาพที่ผมตัดลิ้นชักผิดตัดเดือยหางเหยี่ยวเกินไป แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะมันอย่ด้านใต้และด้านหลังของลิ้นชักจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว

     กลับมาเรื่องที่จะต้องเก็บของเสียที เนื่องจากปัจจุบันที่รกสุดๆครับ ไม่มีที่ว่างให้เดินได้แล้ว จึงได้เวลาที่จะต้องจัดการเสียทีตามแผนที่วางไว้ 6 เดือนครับ คงจะทำไปเรื่อยๆทีละมุมๆ ครับ เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกก่อน เพราะต่อไปจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว กับช็อปในฝันของผม

     ไอ้กองที่เหมือนกองขยะที่เห็นสุมๆกันอยู่นั่นน่ะผมแกล้งหลอกไว้ เพื่อไม่ให้ใครสนใจน้องๆของผม จริงๆแล้วมันเป็นพวกฮาร์ดแวร์และสารพัดของที่สั่งมาเพื่อทำช็อปนี้ครบปีพอดีเลย รวมถึงเครื่องเจาะเดือยเหลี่ยมที่ซื้อมาจากเจ้าสำนัก Thaicarpenter.com ก็อยู่ในกองนี้เหมือนกัน เอามาทดลองครั้งเดียวแต่ยังไม่เคยใช้จริงๆเลย

     ผบ. ของผมก็ยังไม่เคยเห็นเลยว่ามีอะไรอยู่ในกองนี้บ้าง เพราะมันจะดูเหมือนจะไม่ใช่ของมีค่า ผมละกลัวอย่างเดียวว่าเกิดผมไม่อยู่บ้าน และแกคิดว่าเป็นขยะให้คนรับซื้อของเก่ามาขนไปละแย่เลยครับ ผมแค่บอกว่าอย่าไปรื้ออะไรของผมนะเพราะฝุ่นมันเยอะเดี๋ยวจะแพ้ และอีกอย่างผมจะหาไม่เจอถ้าใครไปย้าย ฟังดูดีดูเหมือนเป็นห่วงสุขภาพ แต่จริงๆแล้วกลัวไปรื้อดูของๆผมมากกว่าว่าผมซ่อนอะไรไว้ในกองนี้ 555

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 22:01:45


ความคิดเห็นที่ 325 (2965879)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** ลองเอาตู้เดิมที่เคยททำไว้มาวางคู่กันตามตำแหน่งที่จะเอาเก็บเข้าที่เวลาไม่ได้ใช้ ***

         กวาดขยะออกไปกองรวมกันไว้มุมหนึ่งเพื่อหลีกทางให้ผมได้เอาโครงตู้เข้าไปวางและเพื่อทำงานขั้นต่อไป    เมื่อกาวแห้งดีแล้วผมก็จัดการลากโครงไปเข้าที่ของเขาโดยใช้กระดาษลังรองที่พิ้นแล้วทั้งดันทั้งลากไปเข้าที่ได้ด้วยตัวคนเดียว

         เหตุที่ต้องรีบเอาเข้าไปตอนนี้เลยก็เพราะ หากผมไม่เอาเข้าไปตอนนี้และทำส่วนอื่นๆเพิ่มเข้าไปแล้ว เช่นพื้นเค้าน์เตอร์หรือ top หรือลิ้นชักแล้ว ตู้ใบนี้มันจะหนักเกินไปจนผมไม่สามารถเคลื่อนย้ายมันได้อีกนั่นเองครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 22:08:23


ความคิดเห็นที่ 326 (2965880)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

    ภาพจากหลายๆมุมครับ  หากสังเกตุจะเห็นว่าผมยังไม่ได้ทำตีนตู้นะครับ เอาไว้เดี๋ยวค่อยไปแก้ไขเอาใหม่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 22:18:30


ความคิดเห็นที่ 327 (2965883)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

        ขั้นต่อไปเมื่อโครงเข้าที่แล้วผมก็เอาเศษไม้ มารวมๆวางเพื่อดูขนาดความหนาของไม้ที่จะนำมาทำพื้นเคาน์เตอร์ของตู้ต่อไป ซึ่งผมลองคิดอยู่นานครั้งแรกว่าจะใช้ MDF 25 มม. กับไม้อัด 15 มม.โดยเอา MDF ไว้ด้านบนเนื่องจากความเรียบของมันจะทำให้ติดแผ่นลามิเนตได้เรียบดี 

        แต่แล้วในที่สุดผมก็เลือกใช้ไม้อัด 15 มม. กับ 20 มม.ประกบกัน เหตุผลไม่มีอะไรมากครับ เพราะเจ้าแผ่น MDF 25มม. มันพิงอยู่ด้านในสุด เอาออกมาไม่ได้เพราะโดนไม้อัด 20มม. กับ 15 มม.ทับอยู่เป็นสิบ ผมเอาออกมาไม่ได้นั่นเองครับ หมดปัญญาเลย ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนใหม่ครับ 555

       ทำไปทำมาก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนขึ้นอีกจนได้ เพราะเดิมนั้นผมออกแบบไว้ให้ตู้ใบนี้มีความสูงเท่ากันกับเจ้า Rolling shop cart ที่ได้ทำไว้แล้ว ซึ่งขนาดที่ผมทำมาก็เท่ากันจริงๆ แต่ผมลืมไปว่าพื้นโรงรถที่เป็นช็อปผมด้วยนั้นปูกระเบื้องแล้วช่างทำเป็นสโลปเอียงลงจากด้านในไปยังประตูโรงรถด้านหน้าเพื่อให้น้ำไหลได้ ดังนั้นเมื่อนำโครงตู้ไปวางมันจะไม่ได้ระดับกันนั่นเองทำให้ต้องหนุนตู้ด้านนอกให้สูงขึ้นเพื่อที่โต๊ะจะได้ๆระดับและไม่เอียงไงครับ

        การที่หนุนด้านนอกนี่เองทำให้เมื่อนำตู้ทั้ง  2 ใบมาชนกันตู้ที่ทำใหม่มันจะสูงกว่าเพราะถูกหนุนนั่นเอง เลยตามเลยครับเดี๋ยวค่อยหาวิธีแก้กันในภายหลังครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 22:28:48


ความคิดเห็นที่ 328 (2965884)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      เมื่อตกลงใจเลือกใช้ไม้อัดซ้อนกันแล้วผมก็ต้องเอาไม้อัดทั้ง 2 แผ่นมาวางทาบกัน แล้วทำการตัดพร้อมกันทีเดียวที่โต๊ะเลื่อยขนาดจัมโบ้ของผมคือพื้นโรงรถนั่นเอง ขนาดของไม้อัดที่นำมาตัดทำท็อปนี้จะมีความยาวเท่ากับ 8 ฟุตเลย (แล้วก็เป็นเหตุแห่งความยุ่งยากตามมาให้ปวดหมองในการหาวิธีแก้อีกครั้ง) ส่วนความลึกจะเท่ากับ 26 นิ้ว

     ทั้งนี้ผมตั้งใจที่จะปิดขอบของพิ้นท็อปที่เป็นไม้อัดด้วยไม้แอช เพื่อความแข็งแรงและสวยงามด้วยครับ แต่ขั้นตอนดังกล่าวผมจะทำทีหลังครับ เพราะตอนนี้ต้องทากาวประกบแผ่นไม้อัดที่เอามาทำท็อปก่อน

     ส่วนการปิดขอบด้วยไม้แอชนั้นผมคงต้องซอยไม้ก่อน แต่เนื่องจากผมยังไม่มีเครื่องไสชิด ทำให้ผมต้องตัดมันด้วยโต๊ะเลื่อยด้วยความช่วยเหลือจากจิ๊กจำเป็นก่อน เนื่องจากไม้แอชที่ซื้อมาจะยังไม่ได้ไสมาเลยทุกด้าน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 22:40:56


ความคิดเห็นที่ 329 (2965885)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

    เมื่อตัดเสร็จก็ยกขึ้นบนโครงทีละแผ่นครับ เสร็จแล้วทากาวเพื่อประกบไม้เข้าด้วยกัน เนื่องจากที่ผมตัดพร้อมกันทั้ง 2 แผ่นจึงทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องความกว้างไม่เท่ากัน เพราะหากตัดกันคนละทีโอกาสที่จะไม่เท่ากันเป๊ะมีสูงมาก ผมจึงเลือกการตัดแบบครั้งเดียวด้วยเลื่อยวงเดือน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 22:51:44


ความคิดเห็นที่ 330 (2965887)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       จากนั้นก็ถูกรุมสกรัมด้วยแคล้มป์สั้นๆนานาชนิดที่มีอยู่ ผมนับคร่าวๆได้ประมาณ 25 อัน แล้วก็ขนของหนักๆแต่พอยกไหวขึ้นไปวางไว้ให้ทั่วพื้นที่ๆว่าง เพื่อที่จะให้ไม้มันติดกันได้อย่างแนบสนิทกันที่สุด และแล้วผมก็ทิ้งมันไว้อย่างนี้ 2 วันกว่าที่จะปลดพันธนาการออก เพื่อให้แน่ใจว่ากาวมันแห้งสนิทดีจริงๆ ซึ่งขั้นตอนนี้ก็เป็นงานขั้นตอนสุดท้ายที่ผมได้ทำค้างไว้ ในช่วงนี้ครับ
       ระหว่างที่ผมไม่ได้ทำอะไรเพิ่มก็เพราะยังคิดไม่ตกเรื่องที่ว่าจะใช้อะไรเป็นผิวของโต๊ะดี เพราะหากจะติดแผ่นลามิเนทหรือฟอร์ไมก้าจะติดไม่สวยเนื่องจากจะต้องมีการต่อแผ่นเพราะเมื่อรวมความยาวของไม้ที่ทำพื้นกับไม้ประกบขอบก็จะเลยความยาวของแผ่นลามิเนท แล้วก็ยากที่จะติดให้พอดีเป๊ะด้วยเนนื่องจากขนาดความบาวมันเท่ากันพอดี อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ผมพบว่าผมลืมทำตีนตู้ (Toe kick space) พอดี ทำให้จะต้องไปจัดการทำตีนตู้เสียใหม่ก่อนอื่นใด ตามแบบที่ได้แก้ไปแล้ว
       หากมีความก้าวหน้าอย่างไรแล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ ช่วงนี้ฝนตกด้วยเลยมาเขียนแบบเพิ่มหรือแก้แบบที่ทำไว้แล้วแต่ยังไม่ถูกใจ และก็ดูวิดีโองานไม้เพื่อทบทวนความรู้และหากได้เห็นไอเดียอะไรดีๆจะได้เก็บมาใช้ในงานของผมได้ด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 23:00:33


ความคิดเห็นที่ 331 (2965888)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

     ข้อดีของการ DIY หรือการทำด้วยตัวเองก็คือเราสามารถที่จะเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา หากจ้างเขาทำคงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างนี้ไม่ได้ โดนทิ้งงานหรือไม่ก็อาจโดนไม้หน้าสามเลยก็ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-05 23:00:37


ความคิดเห็นที่ 332 (2965939)
avatar
i3ird

สุดยอดเลยครับกระทู้นี้ของพี่เอ็ม..ติดตามมาตลอดผมดูแล้วอนาคตช็อปพี่นี่ต้องเพรียบพร้อมแน่ๆไม่แพ้ช็อปฝรั่งที่เราเคยเห็นเลย

ผมเองก็บ่นไปงั้นแหละพี่คนเรามันก็มีช่วงท้อๆเหมือนกัน(ก็งานไม้มันยากนิ)จริงๆน่ะบ่นไปก็อยากโทรหาพี่เรื่องน้องฮาร์วี่ย์เพราะอยากได้เหมือนกันแต่พยายามอดกลั้นเอาไว้ไม่รู้หละมาเมื่อไรต้องขอเข้าไปดูแน่ๆจะให้ช่วยหยิบจับอะไรก็บอกมาได้เลยขอแค่เห็นตัวจริงก็พอ

555พี่เอ็ม..ในที่สุดก็มีอุปสรรคกับตีนตู้เหมือนกัน

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับรับรองไม่เลิกแน่ๆแล้วจะอยู่เคียงข้างคนรักงานไม้อย่างเราๆตลอดไปเลยเอ้า555

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-06 11:07:21


ความคิดเห็นที่ 333 (2966066)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ i3ird

        ยินดีมากเลยที่ได้รับคำยืนยันว่าคุณ i3ird จะไม่คิดที่จะเลิกทำงานไม้อีกต่อไป สู้ต่อไปครับ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หากไม่ยอมแพ้ครับ สงสัยเห็นน้อง ฮาร์วี่ย์แล้วใจอ่อนเลยละซิ เลยเอาวิดีโอ Port folio ของน้องฮาร์วี่ย์ให้ดูก่อนพบตัวจริงแล้วกันครับ
http://www.youtube.com/watch?v=0FkCK-qEsxw

       เรื่องตีนตู้นี่ผมจำขึ้นใจเลยตอนที่คุณ เอ๋ ทักคุณi3ird แต่ทำไมเวลาทำเองดันลืมซะเอง ยังงงอยู่เลย ส่วนเรื่องช็อปนี่ก็เห็นของเขามาเยอะแล้ว อิจฉาเห็นเขาทำงานไม้กันแล้วสะดวกสบาย บรรยากาศน่าทำงาน ฝุ่นก็ไม่มีอีกต่างหาก เลยอยากทำเองบ้าง และมันจะช่วยฝึกฝีมือเราไปด้วยในตัวกว่าจะจบโครงการคงได้ประสบการณ์พอสมควรละครับ มันเป็นแรงกระตุ้นเราเป็นอย่างดี 

       ตุณi3ird ค่อยๆทำไปก็ได้ไม่ต้องรีบร้อนอะไร จะทำโครงการสัก 2 ปี หรือกี่ปีก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะของผมเองก็ 2 ปีผ่านมาแล้วเหมือนกันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-07 08:57:46


ความคิดเห็นที่ 334 (2966213)
avatar
เอ๋ เพาะช่าง

พี่เบริด์ พี่เอ็ม วิธีทําให้ช๊อปเราเสร็จเร็วขึ้น ง่ายมากครับ
ขอร้องให้ภรรยาช่วยจ้างทํา 5555   พอเราคิดว่าทําแล้วได้เงินก็จะมีกําลังใจอยากทํา
อ๋อ อย่าลืมทําหนังสือสัญญาว่าจ้างด้วยนะครับ กั้นภรรยาเบี้ยว

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ๋ เพาะช่าง (a_houvthak-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-07 21:49:18


ความคิดเห็นที่ 335 (2966219)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณเอ๋

      ผมว่าไม่มายุ่งน่ะดีแล้วครับ ฝันไปเถอะครับว่าจ้างแล้วจะได้ตัง มีแต่เสียตังซิไม่ว่า (เอ๊ะหรือคุณเอ๋เคยเก็บตังจาก ผบ.ได้ครับ) แถมยังโดนบ่นอีก เหมือนที่คุณ i3ird เจอมาพิมพ์เดียวกันเลยว่า ไปซื้อเขาเอา หรือจ้างเขามาทำดีกว่าไหม แต่ละชิ้นของพี่ รอมาปีกว่าแล้วยังไม่เห็นหน้าเลยว่าหน้าตามันเป็นยังไง .....เจ็บแปล๊บๆ ไปที่หัวใจ.....กัดฟันไม่กล้าเถียงแล้วหลบไปเลียแผลก่อน จริงไหมคุณ i3ird 555

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-08 00:45:55


ความคิดเห็นที่ 336 (2966251)
avatar
vanvan

จะคอยติดตามตอนต่อไปครับ

ดีใจที่เห็นการสร้างแบบของคนไทย ปกติจะเห็นแต่ของต่างชาติครับ ส่งกำลังใจครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น vanvan (p_vintage-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-08 14:53:43


ความคิดเห็นที่ 337 (2966253)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ vanvan

       ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย ครั้งก่อน..งานไม้ชิ้นแรกฯ .. ผมเล่าไปทำไปรวมแล้วใช้เวลาไปทั้งสิ้น 5 เดือนเต็มๆ ครั้งนี้มีเรื่องให้มาเล่าได้อีก 6 เดือนครับ ผมเล่าแบบสนุกๆ ไม่เน้นเนื้อหาด้านเทคนิคอะไรมากมาย (เพราะเทคนิค ต้องไปติดตามกระทู้จาก คุณเอ๋ เพาะช่าง แกมีเทคนิคเพียบ) เป็นเพียงการเล่าถึงประสบการณ์และปัญหาที่พบเจอกันมากกว่า อิจฉาได้ แต่อย่าหมั่นใส้แล้วกันครับ ติดตามไปเรื่อยๆนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-08 15:05:10


ความคิดเห็นที่ 338 (2966320)
avatar
กรพล

คิดว่าจะทำขายหรือป่าวครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น กรพล (konphon-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-06-09 13:29:14


ความคิดเห็นที่ 339 (2966323)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณกรพล

       สงสัยล้อกันเล่นแน่เลย หากถามว่าผมทำเฟอร์ขายหรือเปล่าคงไม่มีใครจ้างหรือรอซื้อจากผมแน่ครับ เพราะชิ้นเล็กๆชิ้นหนึ่งที่ช่างอาชีพเขาทำ 2-3 วันผมทำใช้เวลา 2 เดือนครึ่งขึ้นไป ใหญ่ๆคงสัก 3-4 เดือน อีกทั้งเร่งไม่ได้ มีอารมณ์แล้วค่อยทำ ต้องซื้อวัตถุดิบมาทิ้งไว้ให้ผมล่วงหน้าสัก 1ปี ยังจะจ้างอีกป่าวครับขนาด ผบ. ผมเองยังไม่รอเลย 555

       หากอยากได้มืออาชีพคงต้อง อ.เอ๋ เพาะช่าง ครับ แต่คิวยาวหน่อยครับ ตอบไม่ตรงคำถามก็ถามมาใหม่ได้นะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-09 14:54:27


ความคิดเห็นที่ 340 (2966328)
avatar
กรพล

พี่เทอดครับ

ทำได้สบายเลยครับเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม วันนี้อาจจะยังคนเี่รามันต้องพัฒนาไปเรื่อย ๆ ครับ ได้แน่นอนพี่เชื่่อผม

ไม่จำเป็นต้องเรียนมาทางช่างมันอยู่ที่ประ่สบการณ์บวกใจรัก ผมว่าใจรักสำหรับพี่เกินร้อย

ได้แน่นอนพี่

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กรพล (konphon-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-06-09 16:17:48


ความคิดเห็นที่ 341 (2966669)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ได้ฤกษ์ทำการรื้อโครงเพื่อทำตีนตู้หลังจากที่ผมลืมทำมัน จับหงายหลังเอาด้านหน้าตู้ขึ้นจะได้ทำงานได้สะดวกๆครับ การรื้อก็มีเสียหายเล็กน้อยจากการยึดของกาว แต่เนื่องจากผิวหน้าในการยึดมีไม่มาก เลยสามารถใช้ค้อนหัวพลาสติค ตีออกมาได้ โดยขันสกรูทั้งหมดออกก่อน แล้วใช้สิ่วปรับแต่งผิวหน้าให้เรียบร้อย เนื่องจากจะต้องเอากลับไปใช้ใหม่

      

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-10 16:07:02


ความคิดเห็นที่ 342 (2966671)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       ทำการวัดและวาดแบบลงบนขาที่จะตัดเพื่อทำตีนตู้ ขนาดความลึกเท่ากับ 3 นิ้ว และความสูงจากพื้น 4-1/2 นิ้ว มาคราวนี้ผมตัดด้วยเลื่อยญี่ปุ่น เพราะตัวผมเองคิดว่ายังไม่มีทักษะในการควบคุมเลื่อยจิ๊กซอได้ดีพอ ไม่มั่นใจว่าตัดด้วยจิ๊กซอแล้วมันจะตรง จึงเลือกใช้เลื่อยญี่ปุ่นแทน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-10 16:10:39


ความคิดเห็นที่ 343 (2966681)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       หลังจากที่ทำการวัดแล้ววัดอีกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ตัดผิด เพราะขาด้านในกับขาด้านนอกตัดไม่เหมือนกัน เนื่องจากด้านนอกต้องทำบังใบ ส่วนด้านในไม่ต้องทำ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะเลื่อยญี่ปุ่นตัดได้ดี แต่งด้วยสิ่วและกระดาษทรายเล็กน้อยก็ใช้ได้

       อีกครั้งที่ผมตัดสินใจทำบังใบเพิ่มต้วยสิ่วเพราะคิดว่า ถ้าใช้ทริมเมอร์คงจะยุ่งวุ่นวานอีกพอควร เลยทำบังใบด้วยสิ่วซะเลย ก็ออกมาพอดูได้ครับ ใช้เวลาไปพอสมควร

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-10 16:23:22


ความคิดเห็นที่ 344 (2966689)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** นี่ไงครับตรงปลายเลื่อยตัดเกินไปหน่อย (จนได้... นึกแล้วเชียว ต้องมีอะไรให้ตื่นเต้นทุกที) ***    

      แต่ในที่สุด ตัดไปตัดมาเลยงง ตัดผิดเลยด้านข้างแหว่งไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวติดกาวไปพร้อมกับตอนปิดแผ่นผิวไม้อัดสัก ทับด้านข้างทั้ง 2 ข้างอีกทีก็ไม่เห็นรอยแล้วครับ ว่าแล้วเชียวมันต้องมีผิดนิดผิดหน่อยทุกที มึนไปหน่อย

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) (tsrisap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-10 16:35:35


ความคิดเห็นที่ 345 (2966692)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

    ดูกันชัดๆอีกที ไม่รู้ว่าตัดไปได้ไง ยังงงไม่หายเลยสงสัยเลื่อยมันคมจัด เลื่อยแล้วมันเขี้ยวเลยเลื่อยแถมให้ซะเลย

    ส่วนที่เห็นเป็นบังใบนั้น สำหรับงานนี้ผมทำมันด้วยสิ่วนะครับไม่ใช่ทริมเมอร์ หรือเร้าเตอร์ เพราะน่าจะง่ายกว่าและไม่ต้องยุ่งยากด้วยเนื่องจากมันสั้นแค่ 3 นิ้วเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-10 16:39:47


ความคิดเห็นที่ 346 (2966699)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      หลังจากนั้นก็ไปตัดไม้มาปิดตีนตู้ขนาดหน้ากว้าง 4-1/2 นิ้ว ยาว 8ฟุต ที่ผมไปเปิดตำรามา ภาษาอังกฤษเรียกว่า kick board (ไม่ทราบภาษาไทยเรียกว่าอะไรนะครับ ใครทราบบอกด้วยครับ ผมแปลว่าไม้ปิดตีนตู้ก่อนแล้วกัน)

       ติดกาวและขันด้วยสกรู รอให้กาวแห้งแล้วคงจะติดไม้คานด้านหลังให้มีความสูงเท่ากับ kick board ด้านหน้า จากนั้นจะได้ตัดไม้มาวางทำพื้นตู้ (Floor) ต่อให้จบครับ แล้วจะได้นำเข้าที่เพื่อทำงานขั้นตอนต่อไปเสียทีครับ ที่ช้าๆก็แบบนี้ละครับ ทำไปแก้ไปแต่ก็สนุกดีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-10 16:51:41


ความคิดเห็นที่ 347 (2966862)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     ส่วนที่ได้ทำไปแล้วคือส่วนที่เป็นสีชมพูเป็นคานด้านหน้า และสีแดงคือส่วนที่เป็น Kick board ยังเหลือส่วนที่ต้องทำต่อคือคานหลังสำหรับยกพื้นสีไข่ไก่ กับส่วนที่เป็นพื้น (Floor) ของตู้ที่มีสีน้ำตาล รอให้กาวแห้งก่อนเดี๋ยวไปทำกันต่อครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-10 20:59:05


ความคิดเห็นที่ 348 (2966877)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       ทำงานครั้งนี้ผมได้ผู้ช่วยมาเป็นสามาชิกใหม่อีกอันคือ Makita TD090DWE (ตัวซ้ายมือ) เป็นไขควงกระแทกไร้สายขนาด 10.8v Li Ion ผมว่าใช้ดีนะครับ เล็ก คล่องตัวดี และกำลังก็เหลือเฟือ(มันเหมือนตัว TD0101F ที่เป็นไขควงกระแทกเหมือนกันแต่ใช้ไฟฟ้า ที่ไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่ค่อยสะดวกโดยเฉพาะกับงานชิ้นใหญ่ที่ต้องเดินไปเดินมา) มาทำหน้าที่ไขควงกระแทกอย่างเดียว

       ส่วนสว่านไขควงไร้สาย Makita BDF453SHE (18v Li Ion ตัวเดิมของผม ตัวขวามือ เหมาะกับการเจาะเพราะมันปรับความเร็วได้ 2 ระดับ และที่ระดับความเร็วสูงจะเหมาะกับการเจาะ)  ที่ผมขี้เกียจะต้องคอยเปลี่ยนดอกสว่านเจาะผาย กับดอกหัวไขควงแฉกสลับไปมาระหว่างทำงาน ทีนี้ก็เอาไว้เจาะอย่างเดียวสบายใจ 

        เลยจัดมาเพื่มอีก 2ตัว เอาไว้สลับกันใช้น่ะครับ ทำให้ตอนนี้ไม่ต้องเปลี่ยนดอกสลับไปสลับมาน่ารำคาญแล้วครับ เผื่อท่านใดสนใจเลยเอามาแนะนำ ราคาก็ลดลงมามากแล้วครับ @4K มีแบตให้ 2 ก้อน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-10 21:17:33


ความคิดเห็นที่ 349 (2967186)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       ตัดไม้เพื่อทำคานรับพื้นด้านหลังทั้ง 3 ช่อง ขนาดหน้ากว้าง 3-3/4 นิ้วด้วยเลื่อยวงเดือนบนโต๊ะตัวเดิมที่พื้นครับ หลังจากนั้นจึงนำมาซอยด้วยเลื่อยตัดองศา ให้ได้ระยะเท่ากับช่องแต่ละช่องด้านหลัง โดยยึดด้วยกาวและสกรู

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 12:59:04


ความคิดเห็นที่ 350 (2967197)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

        เมื่อติดเสร็จรีบเข็นโครงสร้างตู้เข้าที่ เพราะเดี๋ยวจะต้องทำพื้นใส่ทั้ง 3 ช่องเดี๋ยวจะหนักเกินไปที่จะเข็นไหว หลังจากเข้าที่แล้วก็ตัดไม้พื้นขนาด 20 มม. ให้ได้ขนาดแต่ละช่องเท่ากับ 26x 31-1/4 นิ้ว แล้วเจาะยึดด้วยตะปูโดยไม่ใช้กาวในส่วนนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสามารถเปิดได้ หากต้องการยึดตู้กับพื้นในอนาคต

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:07:09


ความคิดเห็นที่ 351 (2967213)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

          เย้ ...ในที่สุดก็ได้เห็นตีนตู้พร้อมกับพื้นตู้แล้ว ลองนำพื้นโต๊ะ หรือท็อป วางเข้าที่ เพื่อที่จะได้ดูความเรียบร้อยก่อนที่จะทำพื้นโต๊ะและส่วนอื่นๆให้เสร็จต่อไป กว่าจะได้แค่นี้ก็เล่นเอาเหนื่อยเลยละ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:13:18


ความคิดเห็นที่ 352 (2967215)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      เอาแผ่นไม้อัดสักที่เหลือตั้งแต่ทำตู้ครั้งที่แล้วมาทาบเพื่อเตรียมติดผิวด้านนอก (update ...ตกลงว่าผมไม่ได้ใช้มันแล้วเพราะจะปิดด้วยไม้อัดสักลายภูเขาแทนเพราะมันสวยดีครับ)

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:13:47


ความคิดเห็นที่ 353 (2967216)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      อย่างน้อยก็ได้ตีนตู้สมใจแล้วครับ แถมด้วยพื้นตู้อีกทำให้ดูมีราคาขึ้นมาอีกหน่อย เดี๋ยวเก็บงานสักเล็กน้อยก่อนค่อยทำขั้นต่อไป นี่ถือว่าโชคยังดีนะที่นึกขึ้นได้ก่อน ข้อดีของการไม่รีบทำ หรือทำไปเรื่อยๆ หยุดพักเพื่อคิดบ้าง ไม่อย่างนั้นอาจต้องรื้อทำใหม่เลย ...สบายใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:13:51


ความคิดเห็นที่ 354 (2967217)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

        คิดไปคิดมาผมว่าจะเปลี่ยนแผนไปทำลิ้นชักทั้งหมดก่อน แล้วค่อยกลับมาทำขอบพื้นโต๊ะทีหลังสุดเลยเพราะถึงทำตอนนี้ก็ยังยึดตรึงกับโครงตู้ไม่ได้ต้องเผื่อเอาไว้ตอนติดตั้งลิ้นชักจะได้เปิดด้านบนจะได้ทำงานได้สะดวก

        เดี๋ยวต้องขอเวลาไปหาราง Hafele ขนาด 60 ซมหรือ 24 นิ้ว. กับมือจับลิ้นชักอีก 9 ชุด ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับที่ทำ Rolling shop cart โน่นครับ เพราะเกรงว่าจะหมดรุ่นแล้วหาไม่ได้เหมือนเดิมน่ะครับ เลยซื้อมาไว้ก่อนเลย ปัญหาของผมตอนนี้คือจำไม่ได้ว่าเอาไปซุกไว้ที่ไหน เดี๋ยวขอโดดลงไปคุ้ยกองขยะก่อนครับ เดี๋ยวเจอแล้วค่อยมาทำต่อครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:13:55


ความคิดเห็นที่ 355 (2967219)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     ระหว่างรอทำลิ้นชักตู้ ผมกลับมาแก้แบบ ตู้ติดผนังใหม่ เพื่อให้มันดูสมดุลขึ้นกว่าเดิม โดยผมตัดสินใจที่จะติดประตูบานขวาสุดด้วยแล้ว โดยผมจะลดขนาดชั้นวางไม้ (Lumber Rack)ที่ทำไว้ตั้งแต่ครั้งน้ำท่าวม กทม. ลงไป1 ช่อง (ประมาณ 40 ซม.) ทำให้ผมสามารถใส่ประตูตู้ได้จะได้ไม่ติดตอนปิด เปิดตู้

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:14:01


ความคิดเห็นที่ 356 (2967220)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

   อีกรูปครับ เป็นวิวัฒนาการของแบบที่ผมร่างขึ้นครับ ได้แต่โครงก่อน ส่วนชั้นหรือรายละเอียดด้านในเดี๋ยวคืดอีกที ว่าจะเอาอะไรไว้ตรงไหนบ้างครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:14:21


ความคิดเห็นที่ 357 (2967221)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       ภาพล่าสุดที่ได้ปรับเปลี่ยนไปใหม่ เพิ่มเติมเล็กน้อย แล้วเอามารวมกันเป็นเฟอร์นิเจอร์บิล์ดอินในช็อปไปเลยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:14:21


ความคิดเห็นที่ 358 (2967222)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     กลับไปที่ตู้เคาน์เตอร์ต่อครับ ได้เวลากำหนดขนาดในการตัดไม้เพื่อทำลิ้นชัก แถวบน 2 แถวก่อนโดยจะให้มีขนาดเดียวกันกับลิ้นชักของ Rolling shop cabinet ในส่วนของความสูง ส่วนแถวล่างต้องวัดดูอีกครั้ง เนื่องจากมีการแก้ไขเพื่อทำตีนตู้ เลยทำให้ขนาดเตี้ยลงอีก 3 นิ้ว เหลือเท่าไรก็เท่านั้นครับ

       ผมจะใช้ไม้อัดขนาดเดียวกันกับที่ทำลิ้นชักของ Roolling shop cabinet คือ 20 มม. เนื่องจากหน้ากว้างของลิ้นชักกว้างประมาณ 30 นิ้ว ทั้งนี้เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักมากกว่าไม้อัดขนาด 15 มม. ส่วนการเชื่อมต่อเดือยไม้ ผมยังคงใช้การเชื่อมต่อแบบหางเหยี่ยว (Dove tail) อยู่ ด้วยความช่วยเหลือของจิ๊กทำเดือยหางเหยี่ยวครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:14:26


ความคิดเห็นที่ 359 (2967223)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     จิ๊กทำเดือยหางเหยี่ยวครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:14:28


ความคิดเห็นที่ 360 (2967224)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      วิธีทำจากรูปตัวอย่าง การทำก็ใช้รูปแบบเดียวกันกับที่เคยทำมาแล้ว โดยใช้เทคนิคจาก Woodsmith shop ที่ผมใช้มาจนปัจจุบันครับ ทำให้ไม่ต้องจำ ลดการสับสนได้ดีจริงๆ

      แต่การทำลิ้นชักครั้งนี้ผมจะท่องจำไว้ให้ขึ้นใจเลยว่า จะต้องไม่ลืมที่จะเจาะแผ่นด้านหลังลิ้นชัก ให้สามารถสอดเลื่อนแผ่นพื้นลิ้นชัก เข้า-ออกได้โดยอิสระ และยึดมันเข้ากับโครงลิ้นชักด้วยสกรูโดยไม่ติดกาว ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ไม้พื้นสามารถขยายตัวได้เมื่ออุณหภูมิหรือความชื้นเปลี่ยนแปลง เพราะครั้งก่อนผมลืมไปปิดหมดทั้ง 4 ด้านเลย เพียงแต่ไม่ได้ติดกาวยึดกับโครงลิ้นชักเท่านั้น ไม่เช่นนั้นป่านนี้มันคงโก่งไปนานแล้วละครับ (ทฤษฎีนี้ก็ผ่านตาบ่อยแต่ทำไมทำเองลืมทุกที)

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:14:30


ความคิดเห็นที่ 361 (2967226)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

         จะทำเดือยหางเหยี่ยวด้วยเร้าเตอร์ทีไร นึกขึ้นมาได้ทุกครั้งคือแต่ก่อนนี้ผมใช้เร้าเตอร์ Makita RP2301FC ในการทำเดือยหางเหยี่ยว ทำทีไร ฝุ่นเต็มช็อป เต็มหัวทุกที แม้จะเอาท่อของเครื่องเก็บฝุ่นขนาด 4 นิ้ว (ตามรูป คห. ที่ 360) ไปจ่อไว้ใกล้ๆแล้วก็ดูดไม่ทัน คงเพราะความเร็วของเร้าเตอร์ตืฝุ่นให้มันฟุ้ง ดังนั้นหากจะให้มันไม่ฟุ้งจะต้องต่อเครื่องดูดฝุ่นกับท่อที่ติดอยู่ที่ตัวเร้าเตอร์เลยจึงจะดูดได้ทัน 

         แต่เร้าเตอร์ Makita ที่ใช้อยู่ไม่มีหัวต่อสำหรับต่อกับเครื่องดูดฝุ่นน่ะครับ จะซื้อก็ไม่มีขาย เพราะไม่ได้สั่งเข้ามาขายอีกต่างหาก (เห็นคนไทยปอดเหล็กหรือไงไม่ทราบ ที่อเมริกามีให้มาพร้อมเร้าเตอร์ที่ซื้อทุกตัวเลย สงสัยกลัวโดนฟ้องมั้งหากลูกค้าซื้อไปใช้แล้วต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะฝุ่นเข้าปอด)

      เนื่องจากผมต้องการที่จะทำโต๊ะเร้าเตอร์ใหม่ด้วยช่วงนั้นจึงศึกษาเรื่อง Router Lift หรือ Router Raiser ไปพร้อมๆกับการหาเร้าเตอร์ที่มีที่ต่อเครื่องดูดฝุ่นในตัวเดียวกัน และก็ต้องมีขายในประเทศไทยด้วย ในที่สุดผมก็พบว่าเร้าเตอร์ของ HITACHI รุ่น M12V2 (หน้าตาเครื่อง Hitachi นี่ดีไซน์ตลกดีไม่ค่อยชอบมันเท่าไร) มีหัวต่อกับเครื่องดูดฝุ่นมาให้เสร็จและสามารถใช้กับตัว Router Raizer รุ่น RZ100 kit ของ Router Technologies ได้ด้วย

      เมื่อเป็นอย่างนี้ผมเลยต้องไปหาซื้อเร้าเตอร์ตัวใหม่มาเพิ่มอีกตัวเมื่อปลายๆปีที่แล้ว แต่หาซื้อค่อนข้างยากเพราะหาตัวแทนที่ขายไม่ค่อยได้โดยเฉพาะที่บางโพนี่ไม่ค่อยเห็นใครขายเลย ผมต้องโทรไปที่บริษัท HITACHI  จนได้ชื่อตัวแทนของเขาที่ผมสามารถสั่งของได้ เร้าเตอร์ตั้วนีน่าจะช่วยให้ผมทำเดือยหางเหยี่ยวในครั้งนี้ได้สบายกว่าเดิม 

      ในโครงการช็อปงานไม้ในฝันของผม ผมจะทำโต๊ะเร้าเตอร์ใหม่ด้วย (อุปกรณ์ต่างๆซื้อมาครบปีแล้วยังไม่ได้ทำเลย) ช่วงนั้น คงจะได้เห็น Router Raizer ครับ ซึ่งผมคิดว่าเขาทำออกมาดีมาก เป็นการขายไอเดียมากกว่าคือเป็นลักษณะการเพื่มชิ้นส่วนเข้าไป เพื่อให้สามารถทำ plung router ธรรมดาให้เป็นเร้าเตอร์ที่ติด Router lift ได้ และ HITACHI M12V2 ก็เป็นตัวที่สามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องเจาะอะไรที่ตัวเร้าเตอร์เลยแม้แต่รูเดียว แต่ Makita RP2301FC ก็สามารถติดโต๊ะเร้าเตอร์และปรับขึ้นลงได้ด้วยการใช้ไขควงผ่านช่่องลงไปปรับได้แต่อาจไม่ค่อยสะดวก หรือไม่ก็ต้องโมเล็กน้อยถ้าจะให้ปรับง่ายหน่อย

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-11 13:14:31


ความคิดเห็นที่ 362 (2967924)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

คุณ i3ird

    ฝนตกมาหลายวันเลยยังไม่ได้ทำอะไรต่อ มาอัพเดทเรื่องสาวน้อยฮาร์วี่ย์ ผมได้รับแจ้งจากโรงงานว่าเครื่องพร้อมส่งให้ได้แล้ว และก็แพคด้วยลังไม้เพิ่มอีกขั้นตามที่ผมสั่งไป (เพราะปกติบรรจุภัณฑ์มาตรฐานของเขาจะเป็นกล่องกระดาษแข็งบนพาเล็ต) ผมเกรงว่าน้องฮาร์วี่ย์จะบอบช้ำเสียก่อนระหว่างเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาผมน่ะครับ(แถมยังถ่ายรูปมาให้ดู เพื่อขอเก็บตังเพิ่มอีก)

    โชคดีที่ผมเห็นรูปแล้วพยายามซอกแซกดูเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เอาสาวเขมร เอ้ย...สาวยุโรปมาให้แทน ก็พบว่าที่แพคไปแล้วเป็นรุ่นที่ใช้เพลาขนาด 30 มม.แทนที่จะเป็น 5/8 นิ้ว ตามที่สั่ง (เดี๋ยวต้องมาเหนื่อยลดหุ่นอีกแถมทำยากด้วย) เลยสั่งให้ตรวจสอบใหม่ ได้รับคำตอบมาว่าเขาเป็นห่วงว่าผมจะใช้งานไม่ได้ในไทย เพราะประเทศไทยใช้เพลายุโรป เลยเปลี่ยนรุ่นให้ (ดันเสือ..รู้ดี แล้วไม่บอกเรา แถมไม่ถามอีกต่างหาก เปลี่ยนให้เองเลย  นี่ขนาดที่ผมย้ำแล้วย้ำอีกนะครับ  มันน่า ....... จริงๆ) เลยต้องรอต่อไป

    รูปด้านซ้ายเป็นตัวเครื่อง(main Unit) ที่หนักขนาด 250 กก. (ช่วงติดตั้งประกอบเข้าที่นี่สงสัยต้องไปเรียกยามทั้งหมู่บ้านมาช่วยเคลื่อนย้ายแน่เลย) ส่วนด้านขวาลังยาวๆคือ รางสำหรับรั้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง( Front and Back Rail)ยาว 84" ส่วนลังเล็กลงไปเป็นรั้ว (Fence) ครับ เสียค่าแพคลังไม้เพิ่มไปอีก 2,500บาท ผมว่าคุ้มเพราะนำเข้ามาเองหากเสียหายจะหาอะไหล่เปลี่ยนยากเพราะต้องเคลมจากโรงงาน ต้องเสียค่าขนส่งและนำเข้าอีกเยอะไม่คุ้มค่าขนส่ง เลยให้แพคเพิ่มซะเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-12 20:01:19


ความคิดเห็นที่ 363 (2968555)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     กลับมาตัดไม้เพื่อทำลิ้นชัก คราวนี้มาตัดด้วยโต๊ะเลื่อยแล้วครับ เพราะแผ่นมันเล็กพอที่จะยกขึ้นตัดบนโต๊ะได้แล้ว และผมก็ต้องการให้มันเท่ากันทุกแผ่นด้วยจึงต้องตัดบนโต๊ะเลื่อยโดยใช้รั้วช่วยตัดและ Outfeed table ที่ทำจาก Rolling shop cart ของผมในการรับแผ่นไม้ที่เลื่อยแล้ว ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้มาใช้ประโยชน์ได้ตามที่ตั้งใจทำไว้ตั้งแต่แรก

     ตกลงว่าผมเปลี่ยนแบบในการทำลิ้นชัก(อีกแล้ว) โดยมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของลิ้นชักที่อยู่ตู้ด้านข้างทั้ง 2 ข้างให้มีแค่ตู้ละ 2 ใบ ส่วนตู้กลางให้มีทั้งหมด 4 ใบแทน เนื่องจากผมไปวัดดูเครื่องมือที่จะเก็บแล้วมันสูงกว่าลิ้นชักที่หากซอยเป็นตู้ละ 3 ใบ ดังนั้นจึงซอยให้เหลือแค่ 2 ใบต่อตู้พอ โดยให้ลิ้นชักบนยังมีขนาดความสูงเท่าเดิม แต่ยุบลิ้นชักกลางออกไป แล้วจับรวมกับลิ้นชักล่างให้เป็นอันเดียวกันเลย จะทำให้ได้ความสูงประมาณ 17-18 นิ้ว โดยทำตู้ด้านข้างทั้ง 2 ข้างเลย ทีนี้ก็สูงพอที่จะเก็บเครื่องมือที่ยังไม่ได้ใช้ จะได้ไม่เกะกะบนตู้น่ะครับ

     ชุดแรกผมตัดไม้อัดขนาด 20มม.เพื่อทำเป็นกรอบลิ้นชักใบบนทั้ง 2 ข้าง กับลิ้นชักตู้กลางอีก  4 ใบ รวม 6ใบ โดยมีขนาดความสูงตัวลิ้นชักเท่ากับ 5 นิ้ว แต่หน้าบานจริง(false panel) จะเท่ากับ 6 นิ้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-14 16:22:14


ความคิดเห็นที่ 364 (2968561)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ในที่สุดก็ตัดไม้ได้อัด 20 มม. ที่จะนำมาทำลิ้นชักสูง 6 นิ้วได้ครบทั้ง 6 ใบแล้วครับ แล้วค่อยเอาไปซอยให้ได้ขนาดความยาว 30-1/4 นิ้วสำหรับแผ่นลิ้นชักด้านหน้ากับด้านหลัง และ 24 นิ้วสำหรับแผ่นด้านข้าง ด้วยเลื่อยตัดองศาสไลด์ Makita LS1216L ที่รออยู่ด้านหลังโน่น กับจิ๊กทำเดือยหางเหยี่ยวที่ผมซื้อมาจาก Axminster Tools ในอังกฤษเกือบ 2 ปีแล้ว (ซี่งตอนนั้นยังไม่มีขายในบ้านเรา เดี๋ยวนี้เห็นมีขายกันเยอะแล้วและก็ไม่แพงด้วย) ติดตั้งไว้พร้อมแล้วครับ

       ก่อนทำเดือยหางเหยี่ยวกับไม้ที่จะใช้จริง ต้องขอไปทดสอบกับเศษไม้ที่ขนาดเดียวกันก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าจิ๊กที่ตั้งไว้ตั้งแต่ครั้งที่แล้วยังตรงดีไหม เนื่องจากความหนาไม้อัดทั้ง 2 ล็อตไม่เท่ากัน เพราะซื้อกันคนละร้าน และน่าจะมาจากคนละโรงงานด้วย เพราะผมวัดแล้วล็อตปัจจุบันจะหนากว่าเล็กน้อยและใส้ไม้สีออกแดงๆ ส่วนล็อตก่อนหน้านี้ใส้ไม้สีออกขาวๆ เพราะผิดแล้วแก้ไม่ได้ต้องตัดไม้ทำใหม่อย่างเดียวครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-14 17:09:17


ความคิดเห็นที่ 365 (2968712)
avatar
yun lefty

ผมยังคอยตามผลงานพี่ เทอดศักดิ์ เป็นระยะๆอยู่ครับ

มาถึงตอนนี้รู้สึกว่าช็อปของพี่ เทอกศักดิ์ จะเริ่มผิดรูปแบบไปจาก คลังแสงงานไม้ ย่าน บางปู ( ของใครน๊า.า..า...า  ) ที่เราเคยไปทัศนศึกษากันออกไปเรื่อยๆนา...  อีกหน่อยเมื่อช็อปเสร็จแล้ว การหยิบจับ,ค้นหาเครื่องไม้เครื่องมือจะไม่ง่ายเกินไปหรือครับพี่....ผมเป็นห่วงน่ะครับ....แหะๆๆ

 

 

 

           ( จะโดนด่าไม๊เนี่ยะเรา  ) 

ผู้แสดงความคิดเห็น yun lefty (yunlefty-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-15 07:16:40


ความคิดเห็นที่ 366 (2968757)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณยุ่น

       ผมก็เกรงว่าสร้างแล้วเก็บไว้เรียบร้อยเกินไปจะหาไม่เจอเอาแน่ๆเลย ส่วนตอนนี้เจ้าสำนักฯ แถวบางปูคงจะไปเรียนทำเฟอร์แนว Vintage กับ อ.เอ๋ อยู่ กลับไปคงได้วิชาและแรงบันดาลใจกลับไปจัดคลังแสงงานไม้ ใหม่ละครับ

      เห็นคุณยุ่นไปถ่ายรูปด้วยนี่ครับ แถมยังมีผู้กำกับไปยืนคุมช่างภาพอีกที เห็นชี้มือชี้ไม้สั่งการอีกต่างหากนะครับ 555

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-15 11:29:39


ความคิดเห็นที่ 367 (2969981)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

   หยุดงานไปอีกสัปดาห์เพราะฝนตกและยังหาเวลาว่างเต็มวันไม่ได้ แล้วยังต้องไปบางโพเพื่อหาซื้อรางลิ้นชักแบบลูกปืน 2ตอน ขนาด 600 มม.หรือประมาณ 24" ใหม่อีก 10 ชุด แทนของเดิมขนาด 550 มม. (ที่จะต้องเก็บไว้ใช้งานอื่นๆแทนแล้วครับ) เนื่องจากไม่ต้องการเสียพื้นที่ลิ้นชักไปโดยเปล่าประโยชน์อีก 2 นิ้ว ทำให้ได้ใข้ความลึกของลิ้นชักได้จนสุดครับ

      เสร็จแล้วก็ค้นหาเครื่องมือ และเครื่องช่วยงานในการทำลิ้นชักไว้ให้พร้อมก่อน ได้แก่ จิ๊กทำเดือยหางเหยี่ยว เร้าเตอร์ กับดอกทำเดือยหางเหยี่ยว Shim ขนาด 1/8" และจิ๊กเจาะมือจับลิ้นชัก ที่ผมทำไว้ตั้งแต่ตอนที่ทำ Rolling Shop Cart ครั้งก่อนโน้นน่ะครับ แล้วก็แคล้มป์ยึดมุม ที่ของเก่าทำจากจีนถูกๆ 4 อันๆละไม่กี่บาท แต่ใก็ช้งานไม่ค่อยได้เรื่อง เพราะมันบางเกินไป เลยซื้อของ Stanley มาจากบางโพอีก 4 ตัว(ไม่รู้ว่าจะพอหรือเปล่า หรือต้องไปซื้อเพิ่มอีกสัก 4 ชุด) ท่าทางดูแข็งแรงดี เอาไว้จับฉากตอนเข้ามุมลิ้นชักน่ะครับ หรือไม่ก็อาจจะใช้แคล้มป์ธรรมดา เพราะตอนนี้ มีแคล้มป์ 50 นิ้วของ Crossman เพิ่มมาอีก 8 ชุด ที่ซื้อไว้ตั้งแต่งานที่ไบเทค 2-3 เดือนที่แล้ว (ผมลองใช้ดูแล้วแต่ความเห็นส่วนตัวของผมเห็นว่าระบบปลดล็อคยังทำมาไม่ค่อยดี คือปลดไม่ค่อยออกน่ะครับ)

      นอกจากนี้ก็ไปซื้อมือจับ Hafele รุ่นเดิมมาเพิ่มอีก 1 โหล เพื่อเตรียมไว้ทำตู้ใบอื่นๆที่เหลืออีก จะได้เป็นรุ่นเดียวกันหมดทั้งช็อป ก่อนจะกลับดูโน่นดูนี่ เลยได้เลื่อยญี่ปุ่น (Pull stroke saw) แบบ Dozuki 10.5" กับ Ryoba 10" ของ Pumpkin ติดไม้ติดมือกลับมาอีกรวม  4 ปื้น (เห็นเขาจัดโปรโมชั่น ราคายั่วใจมาก 300-350 บ.ตามลำดับ เลยซื้อมาลองใช้ดูไม่รู้จะดีเหมือนของญี่ปุ่นแท้ๆหรือเปล่า (อ่านดูก็ว่าใช้เหล็ก SK5 เหมือนกัน แต่จะหนากว่านิดหน่อย) ทั้งๆที่ผมก็มีของญี่ปุ่นอยู่แล้ว 4 ปื้น แต่ก็อดไม่ได้เห็นราคาดีเกินห้ามใจจริงๆ....ใจแข็งไม่ซื้อได้ไงครับเลื่อย Ryoba 10นิ้ว 350 บาทเอง ...อีกแล้ว)

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-20 22:06:48


ความคิดเห็นที่ 368 (2970101)
avatar
i3ird

คุณยุ่น...ผมน่ะยกให้พี่เอ็มเค้าเป็นคลังแสงงานไม้อันดับ1ในดวงใจไปแล้วและหากน้องฮาร์วีย์เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อไรล่ะก็นั่นแหละคงอีกนานที่จะมีใครขึ้นไปทาบรัศมีพี่แกได้

พี่เอ็ม...เห็นช็อปพี่แล้วนึกอยากย้ายบ้านไปใกล้ๆจังจะได้ไปขอศึกษาด้วยโดยตรงเลยส่วนที่ผมกำลังเรียนทำตู้แนววินเทจอยู่นั้นไม่ต้องห่วงครับคนอื่นเค้าเรียนวันเดียวผมบอกอ.ไปแล้วว่าผมขอเรียน5ครั้งครับกะให้แน่นๆเลย555

นี่ดีนะว่าพี่เป็นคนรอบคอบหากเป็นผมละก็คงได้กลืนน้ำตาต่างข้าวแน่ๆถ้าหากน้องฮาร์วีย์มาด้วยสภาพเพลา30มม.ฝรั่งมันก็ยังงี้แหละทำเป็นรู้มากผมเองก็รอข่าวน้องเค้าด้วยใจจดจ่อพอกับพี่แหละอยากเห็นมากๆอยากคลำมากๆยิ่งดูทรวดทรงองค์เอวแล้วนะขอบอกน้ำลายไหลตลอดเวลาจ้องนานๆ(หวังว่าพี่คงไม่ถือนะ555)

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-21 12:08:26


ความคิดเห็นที่ 369 (2970113)
avatar
จ๊อด

มาติดตามชมด้วยคนครับพี่เอ็ม

ถ้าเสาร์ไหน พี่เอ็มว่าง เชิญที่ shop woodworkingthai นะครับ ชมบรรยากาศการอบรมของคุณเอ๋ และมากินข้าเที่ยงกันครับ  ^^

ผู้แสดงความคิดเห็น จ๊อด วันที่ตอบ 2013-06-21 12:47:01


ความคิดเห็นที่ 370 (2970119)
avatar
i3ird

ส่วนผมคงต้องไปรบกวนอีกหลายเที่ยงเลยนะคุณจ๊อด

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-21 13:38:37


ความคิดเห็นที่ 371 (2970161)
avatar
จ๊อด

ยินดีต้อนรับเสมอครับ พี่เบิร์ด ^^

ผู้แสดงความคิดเห็น จ๊อด วันที่ตอบ 2013-06-21 14:59:35


ความคิดเห็นที่ 372 (2970222)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ i3ird 

     เออ.... คุณi3ird ผมว่าคุณยุ่นน่ะเขาว่าช็อปเรารกทั้งคู่แหละครับ น่าจะให้รกอยู่แบบนี้ดีแล้ว และคงกลัวว่าเราจัดช็อปเสร็จกันแล้วจะหาของไม่เจอ เลยไม่ค่อยได้เห็นว่าเราทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันน่ะ ประมาณนี้ละครับ

    ตอนนี้พี่โด้ Freud กับเพื่อนๆมานอนรอน้องฮาร์วี่เรียบร้อยหมดแล้วละครับ (งานนี้ได้ความรู้เพิ่มว่าใบเลื่อยนี่ เสียภาษีศุลกากร 1% เอง) เลยกะว่าเดี๋ยวรอน้องฮาร์วี่มาก่อน จะหาใบเลื่อย Freud กับ Forrest เข้ามาเสริมทัพอีก เพราะใบเลื่อยเพลา 5/8 นิ้วบ้านเราคงหายาก นอกจากรุ่นนั้นจะมีแหวนลดมาให้ครับ แต่ผมก็เคยเห็นของ Bosch จะมีแหวนลดมาให้หลายวงอยู่ แต่ก็ไม่เคยวัดว่ามี 5/8 นิ้วหรือเปล่า เดี๋ยวจะไปลองวัดดูหน่อยครับ .....update ... หลังจากที่ผมไปดูที่กล่องใบเลื่อยของ BOSCH ผมเห็นว่าทุกกล่องที่ขนาดใบไม่เกิน 10 นิ้วจะมีแหวนลดเพลาขนาด 5/8 นิ้ว มาให้ทุกใบอยู่แล้ว เป็นอันสรุปได้ว่าผมสามารถซื้อใบเลื่อยของ BOSCH ที่ขายอยู่มาใช้กับน้องฮาร์วี่ย์ได้อย่างแน่นอน ทำให้อาจไม่จำเป็นต้องสั่งใบเลื่อยทั่วไปจากต่างประเทศมาใช้แล้วละครับ นอกจากเป็นใบเลื่อยพิเศษจริงๆ

    น้องฮาร์วี่สุดท้ายเท่าที่ผมติดตามดู และให้ถ่ายรูปมายืนยันดูที่ label แล้วว่าเป็นสาวมะกันตัวจริงแน่นอน(หวังว่ามันคงไม่เปลี่ยนแค่ labelนะ) ไม่ใช่สาวยุโรปที่พยายามยัดเยียดมาให้ จึงให้ส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาแล้ว โรงงานที่ผลิตอยู่ในจีนครับทำให้เสียค่าขนส่งไม่แพงมาก และสามารถใช้ FORM E ยกเว้นภาษีศุลกากรได้ แต่ก็ต้องดำเนินการเตรียมเอกสารให้ดีตั้งแต่ต้นทาง ขั้นตอนเอกสารก็ยุ่งยากหน่อยหากประสานงานกับทาง Exporter ไม่ดี ตอนนี้ก็ได้แต่นอนฝันถึงอย่างเดียว ผมน่ะไม่หวงละครับแค่มองๆ หรือลูบๆคลำๆเล็กๆน้อยๆ แต่ถึงขนาดไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องผมไม่ยอมนะครับ กลัวเดี๋ยวคุณเล็กจะมาต่อว่าผมเอาได้นะครับ 555

คุณจ๊อด

    คุณจ๊อดผมว่าเป็นแผนของคุณจ๊อดในการรวมกลุ่มทุกเสาร์ซะมากกว่าหรือเปล่า ผมน่ะคอยติดตามดูอยู่อย่างไม่ให้คลาดสายตา ตั้งแต่รุ่น 1แล้ว ผมดูๆแล้วท่าทางจะเป็น มินิคุยจ้อคองานไม้ไปแล้วละครับ สนุกสนานเฮฮากันสุดๆ ผมว่าทำไปทำมา จะเหลือแค่รุ่นเดียวครับ เพราะทุกรุ่นไปเรียนกันทุกเสาร์ เลยกลายเป็นรุ่นเดียวกันหมด 555        

    นี่ถ้าผมไปด้วยสงสัยไม่ได้อบรมกันแน่เลย เสาร์ไหน ผบ.ไม่อยู่ จะแอบไป (รบ)กวน เลี้ยงข้าวกลางวันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-21 20:51:07


ความคิดเห็นที่ 373 (2971243)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      หลังจากเตรียมการอยู่นานเป็นสัปดาห์ วันนี้กลับมาเริ่มทำงานใหม่ ด้วยการปรับจิ๊กหางเหยี่ยวให้ได้ขนาด โดยผมใช้จิ๊กตั้งแต่ครั้งที่ทำ Rolling Shop Cart เพิ่งจะหาเจอ ทำให้ตอนนี้ก็ปรับเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มทำการตัดไม้ ที่มีความยาว 2 ขนาดคือแผ่นด้านหน้าและหลัง จะมีความยาวเท่ากับ 30-1/4 นิ้ว และด้านข้างทั้ง 2 ข้างมีความยาวเท่ากับ 24 นิ้ว (เมื่อทำเดือยและประกบกันกับแผ่นหน้าและแผ่นหลังแล้วจะมีความลึกทั้งสิ้น 24-1/2 นิ้วครับ)

     ผมตัดด้วยเลื่อยองศาสไลด์โดยตั้งรั้วและตัวชนหัวไม้ (แบบลูกทุ่งไปก่อน เพราะยังไม่ได้ทำ Miter Saw Station น่ะครับแต่ก็อยู่ในคิวที่จะทำในการสร้างช็อปในฝันครั้งนี้ด้วยครับ) ในการตัดแต่ละขนาด โดยรอบแรกจะตัดแผ่นด้านข้างทั้งหมดก่อน แล้วจึงมาตัดด้านหน้ากับด้านหลังทีเดียว เพื่อให้มันเท่ากันแน่ๆทุกแผ่น จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการโย้ของลิ้นชักเวลาประกอบ

    ตัดเสร็จแล้วก็กองไว้ก่อน กองใครกองมัน เพื่อเตรียมทำเดือยพร้อมๆกันทีเดียว

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-25 12:06:02


ความคิดเห็นที่ 374 (2971244)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     ตัดไม้มาแล้วก็เริ่มการทำเดือยหางเหยี่ยวแบบ half blind ของจริงแล้วครับ หลังจากที่ทดสอบอยู่นานเพื่อความแน่ใจ ชุดแรกที่ทำออกมาทดลองประกบดู ก็ใช้ได้ครับ ถึงเวลาต้องไปทำที่เหลือต่อแล้วครับ

    หลังจากที่ทำเดือยเสร็จแล้ว งานขั้นต่อไปก็คือการเซาะร่องทำรางเพื่อใส่พื้นลิ้นชัก ผมจะใช้ไม้อัดหนา 10 มม.(ความหนาจริงประมาณ 8 มม.เศษๆ) เป็นพื้นสำหรับลิ้นชัก โดยจะสอดเข้าด้านหลัง ทำให้ผมต้องตัดแผ่นลิ้นชักด้านหลังให้เสมอพื้นลิ้นชัก เพื่อให้สามารถสอดแผ่นลิ้นชักเข้าได้ (คราวนี้ไม่ลืมแล้วครับจำไว้ขึ้นใจเลยเพราะคราวที่แล้วลีมตัดเลยปิดแผ่นพื้นลิ้นชักหมดทุกด้านเลย ดีที่เป็นไม้อัดไม่อย่างนั้นถ้าเป็นไม้จริงป่านนี้คงโก่งแล้วละครับ)

    แต่แล้วในที่สุดผมก็ลืมอีกจนได้ เพราะเดินไปดูไม้อัดขนาด 10 มม.ที่จะมาทำลิ้นชัก อ้าวไม่ได้ซื้อมาด้วย มีแต่ขนาด 20 มม. กับ 15 มม. (คิดว่าซื้อมาแล้ว...ทำไมถึงขี้ลืมจริงๆ) ทำให้ต้องออกไปดูที่ร้านไม้ระแวกรัศมี 10 กม. อีกแล้ว และจะลองไปหาแผ่นกระดาษอัดเจาะรู (Peg Board) เพื่อเอามาทำตู้แขวนซะด้วยเลยทีเดียว เพราะร้านไม้ที่เคยซื้อทั้ง 2 ร้านไม่มีกระดาษอัดเจาะรูขาย แล้วก็ต้องซื้อแผ่นไม้อัดสักลายภูเขา 4 มม. มาปิดหน้าบาน และตัวตู้เพื่อให้ดูดีมีราคาด้วย เพราะยังไม่ได้ซื้อเหมือนกัน (ลืมได้ลืมดีจริงๆนะ)

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-25 12:12:33


ความคิดเห็นที่ 375 (2971286)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

        ลองทำใบแรกดูก่อน นำมาประกบกันก็ใช้ได้ครับ เข้ากันสนิทดี แต่ยังไม่ได้อัดเข้าไป เพราะเดือยหางเหยี่ยวที่ใช้ไม้อัดทำ ถ้าตอกเข้าล็อกกันแล้วจะเอาออกไม่ได้ หากเอาออกเดือยมันจะแตกหักหมด เอาไว้เซาะร่อง และตัดแผ่นหลังแล้ว เมื่อจะประกอบทากาวเพื่อยึดถาวรแล้วค่อยอัดเข้าไปทีเดียว เมื่อทากาวเข้าล็อคแล้วจะแน่นมาก

       ต่อไปก็ถึงคิวติดตั้งดอกกัดตรงกับโต๊ะเร้าเตอร์ก่อน เพื่อกัดร่องสำหรับใส่แผ่นพื้น แล้วค่อยมาตัดบานหลังออกเพื่อเสียบพื้นเข้าที่ด้านหลัง หาดอกกัดตรงขนาดไม้อัด 10 มม.ยังไม่ได้ เพราะวัดขนาดแล้วมันจะประมาณ 8 มม. เศษๆ (หรือ 3/8 นิ้ว พอดีเป๊ะเลย) หากหาไม่ได้จริงๆก็คงต้องใช้กัดด้วยดอกขนาดเล็กกว่าหน่อยแล้วกัด  2 รอบเพื่อให้ได้ขนาดตามต้องการละครับ เอ...หรือไม่จะตัดด้วยโต๊ะเลื่อยวงเดือนดี เพราะมันน่าจะเร็วกว่าใช้เร้าเตอร์ แต่ก็ต้องถอดตัวกันไม้ตีกลับ (Riving Knife) ออกก่อนชั่วคราว

       พอลองเอามาประกอบกันดูแล้ว ลิ้นชักนี่กว้างดีจริงๆ น่าจะใส่ของได้เยอะ แต่อ่านดูในหนังสือเขาแนะนำว่าถ้าลิ้นชักกว้างเกิน 28" ควรมีคานกลางเพื่อกันแอ่นหรือไม่ก็ต้องใช้ไม้อัดหนาขึ้น มาทำเป็นพื้นลิ้นชักแทนน่ะครับ โดยเฉพาะชั้นล่างที่ต้องรับน้ำหนักในการวางเครื่องมือชิ้นใหญ่ๆ ในหนังสือเขาแนะนำไว้ 3 วิธีคือ

    1. ทำคานตรงกลางเพิ่มจากแผ่นหน้าไปหลังเพื่อรองพื้นลิ้นชักตรงกลาง

    2. ใช้ไม้อัดหนาขึ้นแล้วทำบังใบเพื่อให้สามารถสไลด์ไปในร่องมาตรฐานได้

    3. ใช้ไม้อัดอีกแผ่นประกบกับพื้นด้านใต้ ติดกาวทำให้ลักษณะคล้ายกับการทำในข้อ 2 (ทำให้ไม่ต้องทำบังใบแต่ต้องติดกาวแทน)

       ไม่รู้ว่าจะทำแบบไหนดี เดี๋ยวเอาไว้ตอนสร้างลิ้นชักใบล่างค่อยเลือกอีกทีครับว่าจะทำแบบไหน ตอนนี้ยังไม่ได้เลือกครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-25 15:59:46


ความคิดเห็นที่ 376 (2971304)
avatar
พระมหาวิชาญ สุขวฑฺฒโน

ช๊อบงานไม้ในฝันของคุณ m ใกล้ความจริงไปทุกขณะแล้วนะรับ ดีใจด้วยครับ  เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะมีความฝันเช่นนี้เหมือนกันรวมทั้งอาตมาด้วย หากโอกาสดีจะสร้างไว้สักห้องครับ  ตอนนี้อาตมาใช้โรงหลังน้อยๆ ซึ่งเป็นโรงสำหรับทำงานปูนของลุงชงค์มาก่อน ใช้เป็นที่ทำงานไม้พลางๆ ไปก่อน ดีครับได้บรรยากาศดี ถึงคราวแล้วค่อยว่ากันอีกที ขอบคุณสำหรับแนวทางครับ

ขอให้มีความสุขกับงานไม้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พระมหาวิชาญ สุขวฑฺฒโน (pramahavichan-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-25 17:16:45


ความคิดเห็นที่ 377 (2971317)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 ท่านพระมหาวิชาญ

     นมัสการครับหลวงพี่ ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายครับ เรื่องช็อปก็จะทำไปเรื่อยๆครับ พยายามทำและหวังว่าภายในปีนี้ส่วนหลักๆ เสร็จก็พอใจแล้วครับ เพราะหากไม่เริ่มทำซะวันนี้ อายุมากขึ้นอาจทำเยอะๆอย่างนี้ไม่ไหว เมื่อยังพอมีพลังฮึดจึงรีบทำเลยครับ 

    ส่วนหนึ่งก็พยายามทำเพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับท่านอื่นๆ ที่เมื่อมีโอกาสจะได้ทำไว้ใช้งานเองบ้างครับ สุดยอดของการทำงานไม้สมัครเล่นก็คือ การสร้างช็อปงานไม้ในฝันนี่แหละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-25 18:18:45


ความคิดเห็นที่ 378 (2971385)
avatar
จ๊อด

ยินดีต้อนรับครับพี่เอ็ม.. สะดวกเมื่อไหร่ มาได้ทุกเมื่อนะครับ เพราะยังต้องอบรมกันอีกกว่า 2 เดือน ฮ่าๆๆ

คุณเอ๋ ผม และบังวู๊ดเหงื่อตกไปตามๆ กัน ^^" ฮ่าๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น จ๊อด วันที่ตอบ 2013-06-26 08:32:56


ความคิดเห็นที่ 379 (2971556)
avatar
i3ird

พี่เอ็ม....การทำเดือยกับไม้อัดที่ว่าตอนเดินเร้าเตอร์ไม้แตกมั้ยครับผมจะมีปัญหากับตรงนี้ประจำ...น้องฮาร์วี่ย์กำหนดถึงประเทศไทยวันไหนอะครับ

รีบแวะมาเยี่ยมเยียนคุณจ๊อดที่ช็อปเค้าหน่อยนะครับเดี๋ยวจะไม่เจอกันเพราะเค้าใกล้ไล่ผมแล้ว555

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-27 11:30:26


ความคิดเห็นที่ 380 (2971619)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณ i3ird   

     เรื่องการทำเดือยด้วยจิ๊กหางเหยี่ยว (Dove Tail Jig) กับไม้อัด ผมก็ใช้เทคนิคที่เขาแนะนำในวิดีโอครับ เรียกว่า Climb cut โดยกัดจากขวามาซ้ายก่อนแล้วค่อยกัดตามปกติจากซ้ายมาขวาโดยค่อยๆเคลื่อนเร้าเตอร์เพื่อให้ดอกมันกัดไม้ทีละน้อยอย่าเร่ง ก็ไม่แตกนะครับมีบ้างหากไม้อัดกาวไม่ดี ใส้ต้องแน่นๆด้วยถึงจะดี และดอกก็ต้องคมด้วยนะครับ ลองดูตามนี้ครับ

      http://www.youtube.com/watch?v=kP32v_dPGIU

     เครื่องทำเดือยหางเหยี่ยวของคุณ i3ird ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็นของลี (LEIGH) ที่เป็นสุดยอดจิ๊กหางเหยี่ยวแล้วละครับผมยังอยากได้เลย รอทีเผลอก่อนผมจำได้ว่าน่าจะประมาณ $500 เศษๆ

     สัปดาห์นี้ยังไม่ว่างเลยครับไปพัทยา สัปดาห์หน้าต้องไปราชบุรีวันศุกร์ กลับมาเช้าวันเสาร์ 6 ก.ค. 56 ถ้าไม่ติดอะไรจะแวะเข้าไปเยี่ยมนะครับ ส่วนเสาร์อื่นเต็มหมดเลยจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. เลยละครับ

     น้องฮาร์วี่ย์ น่าจะมาถึงประมาณช่วงวันที่ 10-15 ก.ค.56 ครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-27 19:49:41


ความคิดเห็นที่ 381 (2971633)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     ช่วงนี้ยังไม่ได้ทำงานต่อ เพราะมัวแต่ไปหาซื้อของเพิ่ม และมีงานประจำเข้ามาเลยทำให้ไม่ว่างมาทำครับ แต่เมื่อวานได้มีโอกาสไปบางโพอีกครั้งเพื่อไปเอา มือจับ Hafele ที่สั่งไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เลยเดินช็อปดูโน่นดูนี่ ซื้อพวก ขาแขวนเครื่องมือกับ Pegboard ขารับชั้นในตู้ F-Clamp เพิ่มเติม บานพับถ้วย ฯลฯ กับหาดอกเร้าเตอร์แบบ Bull nose (ไม่ทราบเหมือนกันว่าภาษาช่างไทยเขาเรียกว่าดอกอะไรนะครับ) ได้มา 4 ขนาดเลย กับดอกอื่นๆอีก 2-3- ดอกรวมถึงดอกกัดตรงขนาด 3/8 นิ้วที่หาอยู่ เพื่อเอามากัดร่องใส่พื้นลิ้นชัก จะได้ไม่ต้องกัดหลายรอบเพื่อให้ได้ขนาดร่องตามต้องการ และหากไม่ทำทีเดียวพร้อมกันก็มีโอกาสที่จะไม่เท่ากัน 100% ทุกแผ่นได้

      เดินไปเดินมาเห็นเครื่องกลึง KT ขนาดยาว 1 เมตร รุ่นยอดนิยม RWL-1000DA ปรับความเร็วด้วยการปรับสายพานบนลูกรอกเหมือนกับพวกสว่านแท่น ราคาโปรโมชั่นถูกดี (฿4,800) แต่ยังไม่มีงานที่จะต้องทำด้วยเครื่องกลึง และก็ไม่มีที่จะวางด้วยครับตอนนี้ เลยยังไม่ได้ซื้อ แต่กลับไปชอบเลื่อยวงเดือนขนาดเล็กของ Makita รุ่น HS300DW ใช้แบต 10.8v Li Ion ที่สามารถใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ ของ Makita TD090DWE ที่ผมมีอยู่ได้ ดูน่าใช้ดี

      เห็นราคาใบเลื่อยของรุ่นนี้ราคา @ 800 บาท แพงเอาเรื่องเหมือนกันกับใบขนาด 3-1/3 นิ้ว (85 มม.) แต่ก็คงไม่ค่อยได้เปลี่ยนบ่อยเพราะใบมันเป็นคาร์ไบด์ แล้วก็ใช้งานไม่หนัก 2-3 ปีเปลี่ยนทีก็โอเคครับ ชอบเพราะน่าจะตัดเล็กๆน้อยๆได้ดี ตัด 90องศาได้หนา 1 นิ้ว และเสียงมันก็ฟังแล้วไม่ค่อยน่ากลัว เหมือนพวกที่ใชัไฟฟ้าตัวใหญ่ๆ ที่เวลามันสตาร์ทแต่ละทีเสียงมันดังจนเสียววูบเลย อีกอย่างพกติดตัวเวลาไปซื้อไม้ที่ไหนใส่รถไม่ได้ก็ตัดมันเลย สะดวกดีพกติดตัวง่ายดี แต่ต้องขอกลับมาเช็คราคาดูก่อน ..... (update ...สุดท้ายผมก็เอามาเข้าสังกัดแล้วครับ และได้ลองใช้ดูแล้วมีข้อติอยู่บ้างครับ คือไม่ควรใช้ตัดไม้หนาเกิน 1/2 นิ้วครับ เนื่องจากมันเบาเวลาตัดไม้หนามันจะเกิดอาการดิ้นครับ ทำให้ตัดได้ไม่ค่อยตรงแนวแม้ว่าจะตัดตาม guide แล้วก็ตาม ตัดไม้หนาน้อยกว่า 1/2 นิ้วก็ใช้งานได้ดีเบาดี แต่ดูน่าจะกินไฟจากแบตเตอรี่พอสมควรเลยละครับ) 

     จริงๆแล้วผมก็ตั้งใจว่าจะไปซื้อไม้ครั้งใดหากไม่มีรถปิ๊คอัพไปขนเช่นซื้อน้อยๆแล้วใส่รถไม่ได้ผมจะเอาเลื่อยตัวนี้ละครับตัดให้มันได้ขนาดพอใส่รถเก๋งได้ด้วย

    รอไปซื้อไม้เพิ่มเติมก่อน สัปดาห์หน้าจะได้ลุยทำตู้เคาน์เตอร์ให้เสร็จเสียทีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-27 20:40:17


ความคิดเห็นที่ 382 (2971711)
avatar
i3ird

ขอบคุณที่แนะนำนะพี่เอ็ม...จะลองไปใช้ดูตอนนี้ผมก็เริ่มเก็บกวาดช็อปผมแล้วหลังจากไปเรียนกับอ.เอ๋มาเริ่มรู้สึกมีกำลังใจให้ทำต่ออีกเยอะเลยและเริ่มรู้สึกว่างานไม้สไตล์ไทยๆมันมีเทคนิคที่ง่ายกว่าสไตล์ฝรั่งเยอะเลยฉะนั้นกำลังมุ่งหน้าสร้างช็อปในฝันแข่งกับพี่เลย5555

น้องฮาร์วี่ย์กำหนดถึงเร็วจังยังไงก็ขอลูบชมด้วยนะพี่ห้ามหวงไว้คนเดียวเด้อ555

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-28 10:54:41


ความคิดเห็นที่ 383 (2971734)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ i3ird

       ยินดีครับ จัดเสร็จเมื่อไร จะชวนสมัครพรรคพวกไปรุมกิน(ข้าว) โต๊ะอีกรอบนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) (tsrisap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-28 12:31:46


ความคิดเห็นที่ 384 (2971735)
avatar
i3ird

ด้วยความยินดีครับขอให้มาจริงเถอะมาไม่กลัวๆไม่มา

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-28 12:47:00


ความคิดเห็นที่ 385 (2971806)
avatar
อาเหลียง

ลองดูที่เอกวิวัฒน์ไม้อัด http://www.ekviwatplywood.com/ ร้านอยู่ที่นวมินทร์นี่เองครับคุณเอ็ม(ปากซอยโพธิ์แก้วที่ทะลุเข้าวัดบึงทองหลาง) ผมเคยซื้อ pegboard ที่นี่ ลองโทรถามดูก่อนว่ามีของหรือเปล่า เขามีสินค้าหลากหลายดีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อาเหลียง (liang2510-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-28 15:38:14


ความคิดเห็นที่ 386 (2971812)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

 อาเหลียง

       ขอบคุณครับ โทรไปถามแล้วเขามี Pegboard  ขนาด 3มม.ที่ร้านด้วย เดี๋ยวดูร้านแถวบ้าน 2-3 ร้านก่อน หากไม่มีจริงๆสัปดาห์หน้าค่อยขับรถไปเอาที่นั่นครับ เพราะจะต้องซื้อไม้อัดภายใน และภายนอก รวมถึง MDFและไม้จริงที่ยังขาดอยู่ซะด้วยเลย

คุณ i3ird

       จัดช็อปใหม่เสร็จเมื่อใด บอกด้วยนะครับ จะได้ประชาสัมพันธ์ให้รู้ทั่วๆกัน พวกเราจะได้ขนกันไปกินข้าวอร่อยๆอีก จะเหมารถตู้หรือไม่ก็รถบัสไปกันเลย

        ผมมีหนังสือเกี่ยวกับโต๊ะเลื่อยวงเดือนอยู่ 1 เล่ม ที่เจาะลึกถึงกึ๋นเลยมาแนะนำ อ่านสนุกมากได้ความรู้แตกฉานเรื่องโต๊ะเลื่อยโดยเฉพาะของอเมริกันเลย ที่ทำให้ผมได้ศึกษาและขวนขวายเอาน้องฮาร์วี่มาเข้าสังกัด เอามาฝากให้อ่านเวลาว่างๆนะครับ ไม่ว่างห้ามอ่านเพราะอ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆทำให้งานการไม่ได้ทำเอานะครับขอเตือน เหมาะที่สุดคือโหลดไว้ใน iPad ครับอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา

http://www.upload-thai.com/download.php?id=fc0dc17c5735e03e6d1d0c572247e13a

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-06-28 16:10:02


ความคิดเห็นที่ 387 (2972014)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

    คุยนอกเรื่องอีกนิดเรื่องคือว่าผมได้ไม้บรรทัดมาใหม่เป็นไม้บรรทัดที่มีความละเอียดสูงมีชื่อว่า  Metric Precision Rule set ขนาด 300 มม.ของ INCRA  ที่ออกมาใหม่ มีหน่วยวัดเป็น มม. (Metric) ที่หาซื้อได้ยากอยู่เหมือนกัน เพราะส่วนมากที่มีขายทั่วไปในอเมริกา จะมีหน่วยเป็น นิ้ว (Imperial) ในชุดประกอบไปด้วย ไม้บรรทัด 3 อันครับได้แก่

1. Precision Marking Rule

2. Precision Bend Rule

3. Precision T Rule

http://incra.com/product_rulesets.htm

      เนื่องจากผมเห็นทางวิดีโอแล้วชอบเลยหามาไว้ในสังกัดซะเลย  สั่งมาก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าจะใช้เวลาหน่อย ประมาณ 7-10วัน (ผมตั้งใจเอามาเล่าเพื่อยั่วคุณจ๊อดแกน่ะครับไม่มีอะไรมาก)

อาเหลียง

     วันนี้หลังจากไปถามมา 5 ร้าน แน่ใจแล้วครับว่าในละแวกใกล้เคียงไม่มีใครขาย Pegboard แน่ คงต้องไปเอาที่นวมินทร์ ตามที่แนะนำไว้ละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-01 10:23:56


ความคิดเห็นที่ 388 (2972068)
avatar
yun lefty

ขอใช้สิทธิ์พาดพิงจาก ค.ห. 372 คร้าบ...บ..

ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะพี่ เทอดศักดิ์ พี่เบิร์ด แหะๆๆ  

ผมแค่เป็นห่วงว่าถ้าทุกคนจัดระเบียบช็อปกันไปซะหมด เดี๋ยวจะเหลือแค่ผมคนเดียวที่ยังรกๆอยู่อะครับ 5555

ผู้แสดงความคิดเห็น yun lefty (yunlefty-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-01 17:46:48


ความคิดเห็นที่ 389 (2972425)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

          ในที่สุดก็ได้มาแล้วครับ กับของหายากอีกอย่างนึงในงานไม้ นั่นคือ กระดาษอัดเจาะรู หรือ Pegboard ที่มีขนาดเดียวคือ 3มม. นี่เองครับราคา แผ่น @ 200 บาท (ที่จริงอยากได้ความหนา 6มม. แต่โรงงานไม่ได้ผลิตขายมีขายขนาดเดียว สงสัยคงต้องเอาด้านหลังของ 2 แผ่นมาประกบติดกาวกันก็จะได้ความหนา 6 มม. พอดี) ผมไปได้มาจากร้าน เอกวิวัฒน์ไม้อัด ถนนนวมินทร์ ซอย 95 ตามที่ อาเหลียงแนะนำไว้ เลยจัดมาทั้งหมด 6 แผ่น (อยากหายากดีนัก)
           ใครอยู่แถวนี้แนะนำร้านนี้เลยครับหากหาอะไรไม่ได้ก็มาที่นี่ได้เลย มีไม้อัดทุกชนิด แผ่นลามิเนต รวมถึงอะไรก็ตามที่เป็นแผ่น 4x8 ฟุต มีหมด โกดังใหญ่อลังการมากๆ มี 3 โกดัง ขนาดจะเอาของนี่ต้องใช้รถ forklift อย่างเดียวเลย แรงงานคนหมดสิทธิ์ยกเลย ผมน่ะบุกเข้าไปดูที่โกดังมีแม้กระทั่งไม้อัดกันน้ำ มอก. 20มม.ราคาแผ่น @2,300 บาท เลยจัดมา 4 แผ่น พร้อมกับไม้อัด 6 และ 10 มม. ที่ต้องเอามาทำลิ้นชักด้วย กับแผ่น MDFอีกหลายขนาดที่ยังขาดอยู่ จ่ายไป 21K เสียค่ารถมาส่ง 300 บาทก็โอเคครับ ไม้อัด กระดาษอัด กับ MDF ตอนนี้เมื่อรวมกับของเดิมเลยเต็มโรงรถไปแล้ว (แล้วผมจะยกมันออกมาใช้อย่างไรกันล่ะทีนี้ เพราะของใหม่ก็ทับของเก่าเข้าไปอีก)
          ถึง ณ.เวลานี้ ของที่ขาดอยู่ก็พร้อมทุกอย่างแล้วครับ จะได้ลุยทำต่อให้เสร็จสักชิ้นก่อนเพื่อที่จะได้เป็นกำลังใจให้ทำชิ้นต่อๆ ไปครับ เพราะเท่าที่ประเมิณไว้ กว่าจะเสร็จแต่ละชิ้นก็ใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนเลยละครับ ตั้งใจไว้ว่าภายในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ผมก็น่าจะทำตู้ใบนี้ให้เสร็จได้ จะได้ทำตู้แขวนผนังเป็นลำดับต่อไป ผมเองยังคิดใหม่ว่าบานประตูเปิดปิดตู้แขวนจะทำเป็นบานเลื่อนดีกว่าบานเปิดหรือเปล่า เดี๋ยวขอคิดดูก่อนครับแล้วค่อยว่ากัน

คุณยุ่น

        ท่าน ประธานอนุญาตให้เฉพาะที่ถูกพาดพิงนะครับ แล้วก็คุณ i3ird น่ะแกแจ้งมาว่าแกมีกำลังใจขึ้นแล้ว จึงเริ่มจัดเครื่องไม้เครื่องมือเข้าช็อปใหม่ ให้มันเข้าที่เข้าทางแล้วนะครับ เสร็จเมื่อไรต้องไปดูกันอีกสักรอบ (ไม่รู้จะถึง 2 ปีหรือเปล่า) คราวนี้น่าจะอลังการกว่าเดิมอย่างแน่นอนครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-03 16:45:42


ความคิดเห็นที่ 390 (2972545)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ในที่สุดผมก็เปลี่ยนวิธีทำร่องใส่พื้นลิ้นชักใหม่โดยจะไม่ใช้โต๊ะเร้าเตอร์แล้ว แต่จะใช้โต๊ะเลื่อยวงเดือนแทน ทั้งนี้ก็เพราะว่า การใช้โต๊ะเร้าเตอร์กัดร่องจะทำให้เกิดฝุ่นเยอะมาก และระบบดูดฝุ่นที่โต๊ะเร้าเตอร์ก็ยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไร ทำทีฟุ้งเต็มตัวเลย (คงต้องรอทำโต๊ะเร้าเตอร์ตัวใหม่ที่จะมีระบบการดูดฝุ่นที่ดีขึ้นด้วย) 

       ดังนั้นผมจึงเริ่มด้วยการถอดตัวกันไม้ตีกลับ (Riving Knife) ออกก่อนชั่วคราว เนื่องจากตัวกันไม้ดีดกลับของโต๊ะเลื่อย Makita MLT100S มันอยู่สูงกว่าใบเลื่อยจะทำให้ติดไม้ไม่สามารถทำร่อง (dado) ได้ ก็คงเนื่องจากตัวกันไม้ตีกลับของ makita จะเป็นตัวยึดตัวป้องกันใบเลื่อย(Blade Guard)ด้วย เขาจึงทำออกมาในลักษณะนี้ ผมทำการตั้งความสูงของใบเลื่อยให้ได้ 1/4 นิ้วโดยใช้ที่วัดความสูงแบบดิจิตอลของ Wixey เพื่อความแม่นยำ เมื่อได้ความสูงตามต้องการแล้วก็ล็อกไว้ เพื่อครั้งต่อไปหากมีการปรับใบเลื่อยขึ้นลงอีกจะได้กลับมาให้เท่าของเดิมที่ตั้งไว้ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-04 16:35:11


ความคิดเห็นที่ 391 (2972548)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       เมื่อปรับความสูงได้แล้วขั้นต่อไปเป็นการตั้งรั้วให้มีระยะห่างจากใบเลื่อย 1/2 นิ้ว ผมวัดด้วยเวอเนียร์คาลิเปอร์ดิจิตอลเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ เมื่อได้ระยะแล้วจึงทำการล็อครั้วแล้วทำเครื่องหมายของรั้วไว้ที่ตัวโต๊ะเลย ซึ่งระยะนี้จะเป็นระยะของร่องด้านล่าง

       เมื่อตั้งรั้วเพื่อเป็นฐานของร่องแล้วก็ทำการขยับรั้วให้ห่างจากใบเลื่อยออกไปอีกให้เท่ากับความหนาของแผ่นไม้อัดที่จะเอามาทำเป็นพื้นลิ้นชักนั่นเอง โดยเอาไม้อัดมาวางที่รั้วแล้วเลื่อนรั้วออกไปให้ได้เท่ากับความหนาของแผ่นไม้อัดที่จะนำมาทำพื้นลิ้นชัก

       เมื่อได้ระยะรั้วระยะที่ 2 แล้วก็ทำเครื่องหมายระยะรั้วบนโต๊ะเลื่อยอีกครั้ง จะทำให้ผมได้เครื่องหมายระยะรั้ว 2 ระยะซึ่งก็คือความกว้างของร่องที่ผมจะทำสำหรับใส่พื้นลิ้นชักนั่นเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-04 16:44:15


ความคิดเห็นที่ 392 (2972550)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

         เมื่อตั้งความสูงของใบและรั้วเรียบร้อยแล้ว ผมก็เริ่มทำร่องพื้นลิ้นชักด้วยการดันไม้ผ่านใบเลื่อยทั้งหมด 3-4 เที่ยว ด้วยการปรับที่รั้วให้อยู่ในระยะที่ทำเครื่องหมายไว้เท่านั้น และผมก็ใช้ตัวพาไม้ 2 อันที่ผมทำไว้นานแล้วมาเป็นตัวกดและพาไม้ให้ดันผ่านใบเลื่อย ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยครับ มันก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีมาก ท่านใดที่ยังไม่มีผมแนะนำให้ทำไว้ใช้นะครับ ต้นทุนไม่ถึง 50 บาท แต่ช่วยรักษานิ้วมืออันมีค่าของเราได้อย่างดีครับ

         เมื่อได้ร่องตามที่ต้องการแล้วก็นำไปทดสอบกับไม้อัดทีจะนำมาทำเป็นพื้นได้พอดีแล้วจึงเริ่มทำแผ่นที่เหลือต่อไป (นี่ถ้าหากมีพี่โด้(dado) ก็ไม่ต้องปรับรั้วไปมาแล้ว ใส่ใบให่ได้ขนาดร่องที่ต้องการ ตั้งรั้วปั๊บตัดได้เลย ซึ่งการตัดร่องด้วยใบเลื่อยนี่ง่ายและเร็วกว่าการใช้เร้าเตอร์มาก เป็นเหตุให้ผมชอบโต๊ะเลื่อยที่สามารถใส่พี่โด้ได้นั่นเอง แต่ถีงไม่มีก็สามารถทำได้ด้วยวิธีที่ผมทำแหละครับเพราะร่องมันไม่กว้างมากนัก ตั้งรั้ว 3-4 ครั้งก็ได้แล้วครับ แต่ถ้าร่องใหญ่ๆท่าทางจะเหนื่อยแน่ครับ

         ข้อดีของการที่ผมทำหมายเลขของแผ่นไม้ตอนทำเดือยหางเหยี่ยวแบบที่ผมดูมาจากหนังสือคือจะไม่มีวันที่เราจะมั่วแล้วทำร่องผิดด้านหรือผิดมุมได้เพราะจะมีทั้งตัวเลขประจำมุมและลูกศรที่ชี้ไปที่พื้นของลิ้นชักเสมอทุกด้าน ทุกแผ่นครับ ผมเลยไม่ต้องจำอะไรแค่ดูที่ลูกศรว่าชี้ไปทางไหน ก็จะเป็นด้านที่ผมจับไปชนรั้วแล้วคว่ำหน้าเพื่อทำร่องนั่นเองครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-04 16:51:31


ความคิดเห็นที่ 393 (2972555)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

        เมื่อทำร่องพื้นลิ้นชักครบทุกแผ่นแล้ว ผมก็นำแผ่นหลังมาตัดส่วนล่างออกเพื่อให้สามารถสอดแผ่นพื้นลิ้นชักเข้าทางด้านหลังได้นั่นเอง ระยะที่ผมตัดก็คือระยะบนของร่องนั่นเอง ซึ่งทำให้ผมไม่ต้องปรับรั้วอะไรอีกเนื่องจากระยะของรั้วระยะสุดท้ายที่ทำร่องก็คือระยะเดียวกัยระยะที่จะตัดแผ่นหลังนั่นเอง ผมทำการปรับใบเลื่อยให้สูงขี้นโดยให้ร่องของใบเลื่อยอยู่เหนือชิ้นงาน เพื่อทำการตัดส่วนล่างของลิ้นชักด้านหลังให้ขาดออกจากกัน (ตอนที่ทำร่องกับลิ้นชักชุดหลังๆผมไม่ได้ทำร่องแผ่นหลังแล้ว แต่จะเอามาตัดเลย)

        แต่งานนี้ผมก็ต้องเพิ่มความระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยผมจะยืนด้านซ้ายของโต๊ะ จะไม่ยืนแนวเดียวกับใบเลื่อย เนื่องจากผมได้ถอดตัวกันไม้ตีกลับออกไป ซึ่งผมคิดว่ามันจะต้องตีกลับแน่ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆคือเมื่อตัดจนสุดปลายไม้คือพ้นใบเลื่อยแล้วไม้ส่วนที่โดนตัดและไม่ได้ถูกกดไว้จะโดนใบเลื่อยดีดกลับมาทางแนวใบเลื่อยจริงๆ แต่ผมทราบก่อนแล้วจึงยืนมาทางด้านข้างซ้ายของโต๊ะ

        ดังนั้นลิ้นชักในชุดต่อๆไปที่ผมจะทำผมจะไม่ตัดแผ่นหลังที่เอาไว้สอดไม้เลย แต่จะรอให้ทำร่องเสร็จหมดแล้ว ค่อยใส่ที่กันไม้ดีดกลับเข้าไปก่อนจึงจะตัดพร้อมกันทุกแผ่นที่ใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-04 17:13:25


ความคิดเห็นที่ 394 (2972557)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

         เมื่อทำร่องและตัดแผ่นหลังของลิ้นชักเสร็จแล้ว ผมก็จับมาประกอบเดือยหางเหยี่ยวเข้าด้วยกัน โดยดูจากหมายเลขประจำมุมของแผ่น ทำให้ลืมเรื่องความสับสนและตัดผิดไปได้เลยครับ โดยทากาวซะให้ทั่วๆทุกซอกทุกมุมด้วยแปรงเล็กๆ แล้วค่อยเอาแคล้มป์ท่อบีบไว้โดยหาแผ่นไม้รองซะหน่อย

         ที่ไม่ลืมคือต้องวัดฉากด้วยการวัดเส้นทะแยงมุมทั้ง 2 มุมให้มีระยะเท่ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าลิ้นชักได้ฉากกันจริงๆ เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อกาวแห้งจะทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเดือยหางเหยี่ยวมันจะแน่นมากๆ ไม่มีทางขยับได้เลย เป็นอันเสร็จสำหรับชิ้นแรกที่จะใช้ในการทดสอบดูว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า

        ผมคงปล่อยไว้อย่างนี้เพื่อให้กาวแห้งสนิทสัก 1 คืน เมื่อแห้งดีแล้วเดี๋ยวค่อยเอามาใส่รางเพื่อลองติดตั้งเข้ากับตู้ดูเพื่อทดสอบว่าทุกอย่างตรงตามที่ออกแบบไว้หรือไม่ หากมีอะไรที่ยังไม่ดีจะได้แก้ไขได้ทันก่อนทำลิ้นชักใบต่อๆไป หากไม่มีอะไรต้องแก้ไขก็จะใช้ระยะต่างๆที่ได้ตั้งไว้แล้วทั้งจิ๊กทำเดือยหางเหยี่ยว ความลึกของดอกเร้าเตอร์ และโต๊ะเลื่อยวงเดือน โดยไม่ต้องปรับอะไรอีก

       ทีนี้ก็สามารถทำให้เสร็จพร้อมๆกันได้หลายๆใบในคราวเดียวกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-04 17:24:11


ความคิดเห็นที่ 395 (2972637)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       หลังจากถอดแคล้มป์ท่อออกแล้วก็ตรวจสอบว่า มีอะไรบกพร่องหรือไม่ ซึ่งผมพบสิ่งหนึ่งที่การทำลิ้นชักครั้งที่แล้วไม่เจอเนื่องจากครั้งนั้นไม่ได้ตัดด้านล่างของแผ่นหลังเพื่อใส่พื้นลิ้นชักนั่นเอง

       ทำให้จะต้องมีการปรับปรุงในการทำลิ้นชักใบต่อไปครับ โดยผมจะไม่กัดเร้าเตอร์ด้านล่างของแผ่นข้างทั้ง 2  ข้างตอนทำเดือยหางเหยี่ยวส่วนดังกล่าวตามรูปขวาในวงกลมนั่นเองครับ ไม่เป็นไรครับเนื่องจากมันเป็นท้ายลิ้นชักซึ่งจะไม่เห็นมันอยู่แล้ว แต่จะปรับปรุงเพื่อแก้ไขให้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

      อีกสิ่งหนึ่งที่จะนำมาใช้ในการทำลิ้นชักใบต่อๆไปคือจะใช้แคล้มป์เข้ามุมมาช่วยจับฉากตอนติดกาวด้วย ต่อไปก็ได้เวลาไปตัดพื้นลิ้นชักเพื่อนำมาประกอบให้สมบูรณ์ก่อนนำไปติดตั้งรางลิ้นชักเพื่อทดสอบต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-05 08:45:04


ความคิดเห็นที่ 396 (2972655)
avatar
i3ird

สุดยอดเลยครับพี่เอ็มผมจะได้นำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงช็อปผมต่อไป

อยากได้มั่งอะแผ่น Pegboard หาอยู่นานแล้วแถวนี้ไม่มีครั้นจะไปบางโพก็ไม่กล้าไปไว้จะให้ลูกน้องขับรถไปซื้อมั่งอะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-05 10:44:02


ความคิดเห็นที่ 397 (2972672)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

คุณ i3ird

      กว่าผมจะหาร้านขายแผ่น Pegboard ที่ไม่ใช่ที่บางโพ แถวๆใกล้ๆบ้านได้ก็เล่นเอาท้อไปเหมือนกัน ดีที่ได้อาเหลียงแนะนำที่ซื้อให้ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก แต่ก่อนที่จะได้ Pegboard มา ผมก็ได้ไปหาซื้อขอแขวนสินค้าที่ใช้กับ Pegboard มาก่อนและก็ได้มาจากบางโพ ตอนไปสั่งมือจับลิ้นชักมาด้วย ขอแขวนนี่ยังพอหาได้ไม่ยากเหมือน Pegboard แต่จะมีความยาวตั้งแต่ 4 นิ้วขึ้นไป ยังหาสัก 2-3 นิ้วยังไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร หากยาวไปก็พอตัดได้ เดี๋ยวเอาไว้รอช่วงทำตู้แขวนผนังแล้วค่อยว่ากันอีกที

      ขอแขวน Pegboard แถวสมุทรปราการ ถนนศรีนครินทร์ก็มีขายนะครับ ใกล้ๆบ้านคุณ i3ird ที่ web นี้เลยครับ www.okretails.com  มีที่อยู่ให้ด้วยเผื่อจะให้ลูกน้องไปซื้อให้ รีบๆทำนะครับ ของผมกะให้เสร็จภายในปีนี้แน่นอนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-05 12:19:22


ความคิดเห็นที่ 398 (2972673)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      หลังจากที่ตัดแผ่นพื้นลิ้นชักเพื่อลองมาใส่ดูปรากฎว่าร่องมันคับเกินไปครับ ทำให้ผมต้องใช้ Trimmer กับดอกกัดตรงกัดร่องให้กว้างขึ้นอีก ประมาณ 1มมโดยใช้ตัว Guide ช่วยในการกัดครับ ส่วนตรงมุมที่ Trimmer เข้าไม่ถึงก็ใช้สิ่วช่วยเล็กน้อย

      ซึ่งทำให้ผมจะต้องไปปรับเพิ่มขนาดของร่องที่รั้วของโต๊ะเลื่อยออกไปอีก1 มม. เพื่อให้ในการทำลิ้นชักใบต่อๆไปจะได้ใส่พื้นลิ้นชักเข้าร่องได้พอดีน่ะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-05 12:29:27


ความคิดเห็นที่ 399 (2972740)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

       ในที่สุดลิ้นชักใบแรกที่เป็นใบทดสอบก็ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้วด้วยรางลูกปืน 2 ตอน ขนาด 600 มม. หรือประมาณ 24นิ้วของ Hafele ทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผนไว้ครับ ลิ้นชักใส่ได้พอดีเลยไม่ขาดไม่เกิน เฮ้อ...โล่งอกไปที

       ต่อไปก็คงจะทำลิ้นชักใบที่เหลือทั้งหมดให้เสร็จก่อนครับ เพราะยังมีงานอีกเยอะ หลายใบซะด้วยซิครับ แต่ได้ต้นแบบแล้วที่เหลือก็ไม่ยากแล้วครับเพราะทำตามแบบอย่างเดียว โดยผมจะเอาสิ่งที่พบเจอจากการทำลิ้นชักใบนี้ไปปรับแก้สำหรับการทำลิ้นชักที่เหลือท้งหมด

       หากไม่ติดขัดหรือเจออุปสรรค์อะไรสัปดาห์หน้าก็น่าที่จะประกอบลิ้นชักได้ทั้งหมดละครับ เพราะวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดผมจะไม่ได้ทำงานไม้ที่ใช้เครื่องมือ Power Tools ที่มีเสียงดัง ถ้าจะใช้ก็แค่สว่านไฟฟ้าหรือสว่านไร้สายเท่านั้นครับ หรือไม่ก็จะทำเฉพาะที่ใช้ handtools เท่านั้นครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-05 16:18:40


ความคิดเห็นที่ 400 (2972745)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** รูปดอกเร้าเตอร์ทำบานประตูและลูกฟักที่ซื้อมา เมื่อเทียบกับดอกที่ผลิตในประเทศครับ  *** 

      ช่วงพักงานช่วงวันหยุด และระหว่างที่รอทำตู้แขวนผนังหลังจากทำตู้เก็บของตั้งพื้นเสร็จแล้ว เลยหาเรื่องอะไรมาเล่าสู่กันฟัง ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่ผมตั้งใจที่จะทำกรอบบานและลูกฟักบานประตูตู้ใช้เอง แล้วก็จะเอาไว้ทำประตูเตี้ยๆกันสุนัขที่ครัวหลังบ้านที่มันผุพังแล้ว กะว่าจะทำขึ้นมาใหม่ด้วย ทำให้ผมซื้อดอกเร้าเตอร์สำหรับทำบานประตูมา  1 ชุด 

     จากการศึกษาของผมพบว่าดอกเร้าเตอร์ทำลูกฟักบานประตูของต่างประเทศจะมีลูกปืน และ shim ที่จะทำให้กัดบานได้ง่าย หรือจะปรับแต่งได้ง่ายกว่าดอกที่ผลิตในบ้านเราเพราะลูกปืนจะทำหน้าที่เป็น Template หรือตัวกำหนดความลึกให้ด้วยระหว่างที่กัด ส่วนดอกที่ทำขายในประเทศจะป็นดอกแบบติดตายเลยและไม่มีลูกปืนช่วยประคองในการกัด คนฝีมือน้อยๆที่ไม่ใช่มืออาชีพน่าจะทำได้ยาก แต่ถ้ามืออาชีพที่เขาทำประตูหน้าต่างอยู่ทุกวันเขารู้ดีมีความชำนาญก็คงไม่มีปัญหาอะไร และดอกประเภทนี้เขาแนะนำให้ต้องใช้กับโต๊ะเร้าเตอร์เท่านั้น

    แต่ผมเองก็ไม่เคยใช้ทั้ง 2 อย่างละครับ ตั้งใจว่าจะลองดู และราคาที่สั่งเข้ามารวมค่าขนส่งแพงกว่าดอกที่ขายในบ้านเรานิดหน่อยเองแต่ดูคุณภาพที่เขาผลิตแล้วดีกว่าดอกที่ผลิตในบ้านเรามาก นี่ขนาดยังไม่ใช่ดอกเทพ พวก Freud ยังเนี้ยบขนาดนี้เลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-05 16:51:09



« 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.