ReadyPlanet.com


งานไม้... ที่เป็นเรื่องราวมาจากแรงบันดาลใจ +++ ช็อปงานไม้ในฝันของผม เริ่มแล้วที่หน้า 4
avatar
เทอดศักดิ์(M)


user image

Season 1

  Episode I:  กำเนิดงานไม้ (ของผม)

       ย้อนไปประมาณกลางเดือน มีนาคม 2553 เมื่อชีพจรลงเท้า ต้องย้ายที่อยู่ใหม่ มีเงินเก็บเล็กน้อย จึงมีความตั้งใจว่าจะสร้างโรงรถเชื่อมต่อกับบ้าน ที่สามารถเก็บของต่างๆไว้ในโรงรถและมีประตูโรงรถที่สามารถเปิดปิดให้รถเข้าออกได้ทั้งบาน (Garage Door) เมื่อเวลาทำงานในโรงรถจะได้เปิดให้แสงเข้า และลมสามารถผ่านสะดวกเพื่อลดความร้อน เวลาเลิกใช้ก็สามารถจอดรถแล้วปิดโรงรถเพื่อกันขโมยได้ด้วย
        เนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศบ่อยและช่วงที่ไปเยี่ยมลูกสาวที่เรียนอยู่ที่อเมริกาได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากเอากลับมาทำที่บ้านเราบ้าง และ
เป็นแรงบันดาลใจให้มาสนใจงานไม้ จึงได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับ DIY งานไม้  จากที่ได้ลดเวลาการเล่นกอล์ฟให้น้อยลงบ้างเพราะสังขารไม่ค่อยให้เนื่องจากเป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม จึงเริ่มจากการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ Woodworking ทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งความรู้ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในยุคนี้ ค้นไปค้นมาก็ได้ข้อมูลมามากมาย ทั้งหนังสือ แมกกาซีน และวิดิโอ ให้อ่านและดู

        
*** ช็อปงานไม้ในฝันของผม (My dream works wood shop) เริ่มแล้วที่หน้า 4 ครับ ***



ผู้ตั้งกระทู้ เทอดศักดิ์(M) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2012-10-30 16:07:11


« 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »

ความคิดเห็นที่ 101 (2928980)
avatar
pakae

Loud and clear ครับ

เรื่องของเรื่องคือผมลองเพาะดูแล้ว มันไม่ยากเลยครับ

ผมว่าคุณเอ็มทำได้แน่ๆๆ แต่ถ่อมตัว

ช่ายมัยร่ะ 55

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-14 11:42:12


ความคิดเห็นที่ 102 (2929659)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** ตัวโครงตู้ที่ใช้เวลาไปประมาณ 1 สัปดาห์ที่ตัดตามขนาด และใช้โต๊ะเร้าเตอร์เซาะร่องสำหรับทำบังใบเพื่อความแข็งแรงในการต่อชนไม้ ***

SEASON 3:

EPISODE 2: เริ่มงานโครงสร้าง

     เบื้องต้นต้องขออภัยทุกท่านที่ติดตามโครงการงานไม้ชิ้นแรกของผมที่เริ่มต้นจากศูนย์ คือตั้งแต่การออกแบบไปจนจบงาน เนื่องจากผมไม่ค่อยได้ถ่ายรูปขั้นตอนต่างๆระหว่างการทำงานไว้มากนัก เพราะมัวแต่ทำๆจนลืมถ่ายรูป พอนึกขึ้นได้ก็ประกอบไปแล้ว ทำให้ภาพประกอบส่วนใหญ่จะเป็นภาพที่ผมเขียนขึ่้นด้วย Sketchup ระหว่างที่เขียนเรื่องนี่เหละครับ เอาไว้โครงการต่อไปจะไม่ลืมที่จะถ่ายไว้ทุกขั้นตอนครับ
  
     ระหว่างการออกแบบนั้นผมยังเขียนแบบด้วย Sketchup ไม่ค่อยเป็นจึงยังร่างด้วยมือบนกระดาษแบบโบราณและก็เป็นแบบคร่าวๆซึ่งหลักๆจะเป็นขนาดโครงสร้างภายนอก เมื่อร่างแบบเสร็จแล้วก็เริ่มด้วยการจัดทำโครงสร้างของโต๊ะก่อน ด้วยการตัดไม้อัด 20มม. ออกเป็นฐานของตู้(ใช้ไม้อัด 2 ชิ้นประกบกัน) แผ่นด้านข้างของตู้ด้านซ้ายและขวาอย่างละ 1 แผ่น แผ่นด้านหลัง และคานด้านบนจำนวน  3 ชิ้น ขนาดหน้ากว้าง 4" ทั้งนี้ก็เพื่อใช้เป็นตัวยึดโครงเข้าด้วยกัน และจะเป็นตัวรองรับพื้นโต๊ะด้วยโดยขั้นแรกจะใช้  2 อันก่อนคือด้านหน้า และด้านหลัง ส่วนตัวกลางยังไม่ได้ติดเข้าไป ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการทำงาน แต่จะติดยึดเข้าไปเมื่อจะติดตั้งแผ่นพื้นโต๊ะ (จากรูปที่ถายไว้จะเห็นว่ายังมีแค่  2 ชิ้นอยู่)
   
     เมื่อตัดไม้ได้ขนาดกว้างxยาว ตามความต้องการแล้วทั้งหมด ผมเริ่มทำบังใบ (Rabbet Joint) กับแผ่นไม้อัดด้วยโต๊ะเร้าเตอร์แนวนอน ขนาดบังใบที่ทำมีขนาดกว้าง 3/4" และลึก 1/4" เนื่องจากผมยังไม่มีเครื่องเลื่อยวงเดือนที่ใช้ใบ Dado แบบที่คุณ i3ird แกใช้อยู่เลยต้องใช้ โต๊ะเร้าเตอร์ช่วย ซึ่งก็เป็นครั้งแรกในชีวิตเหมือนกันที่ได้ใช้โต๊ะเร้าเตอร์ ทำให้กว่าที่ผมจะติดตั้งเครื่องเร้าเตอร์เข้ากับโต๊ะเร้าเตอร์ และปรับดอกเร้าเตอร์ให้ได้ระยะและขนาดของร่องบังใบตามต้องการได้ ใช้เวลาไปหลายชั่โมง แล้วยังต้องทำการทดลองกับเศษแผ่นไม้อัดหลายแผ่นเพื่อให้แน่ใจว่ามันเป๊ะ 100% ผมใช้เวลาไปอีกหลายชั่วโมงเหมือนกันรวมแล้วหมดเวลาไป 1วัน
     
     หลังจากที่ทำการปรับและทดลองกับแผ่นไม้ทดสอบหลาย ๆๆๆๆ ครั้งมากกกก โดยมี หวีกดไม้(Featherboard) และ
ตัวพาไม้ (Push Block) ที่ผมเคยทำไว้ หลังจากทดลองไปสักพักผมก็พอมองออกว่าจะทำอย่างไรกับมัน ก็ไม่ยากอย่างที่คิดครั้งแรก แม้ว่าผมเองก็ยังไม่เคยได้ใช้โต๊ะเร้าเตอร์และเร้าเตอร์ตัวใหญ่ขนาด 1/2 นิ้วมาก่อน เคยใช้แต่ตัวทริมเมอร์ 1/4 นิ้วในการแต่งขอบลามิเนตเท่านั้น แต่ก็เริ่มคุ้นกับมันแล้ว ผมจึงเริ่มงานแผ่นแรกโดยการทำเครื่องหมายของบริเวณที่จะทำร่องบังใบก่อน เพื่อกันการสับสนเวลาทำงานจริง อาจกัดผิดด้าน ผิดมุม หรือกัดเกินไป จากนั้นผมก็ค่อยๆกัดไปทีละน้อยๆ โดยใช้หวีกดไม้ที่ทำขึ้นมาช่วยกดแผ่นไม้ขณะที่ดันไม้ผ่านดอกเร้าเตอร์
     
     แต่การใช้โต๊ะเร้าเตอร์นี่สร้างความสนุกสนานวุ่นวายแก่ผมมากเลยครับ เนื่องจากการป้อนไม้ของเร้าเตอร์แนวนอนกับแนวตั้งจะไม่เหมือนกัน เพราะแนวตั้งจะต้องป้อนไม้จากทางขวามือออกไปทางซ้าย ส่วนแนวนอนจะต้องป้อนจากทางซ้ายผ่านดอกเร้าเตอร์ออกไปทางขวา ทีนี้เจ้าโต๊ะเร้าเตอร์ของ Thaicarpenter.com นี่มันทำได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เวลาใช้สำหรับมือใหม่อย่างผมป้อนผิดป้อนถูกกันมั่วไปหมดเลย

    อีกทั้งเสียงของเร้าเตอร์มันจะดังมากโดยเฉพาะเมื่อมันกินเนื้อไม้ จนผมต้องไปเอาที่ครอบหูมาใส่ด้วย แต่ก็พยายามกัดร่องหนึ่งแล้วหยุดเพื่อตรวจสอบ และด้วยความเกรงใจชาวบ้านเขาเหมือนกันเพราะไม่ได้ปิดช็อปเนื่องจากอากาศมันร้อน นอกจากนี้เจ้าเศษฝุ่นไม้ที่เกิดจากการกัดของดอกเร้าเตอร์ทำให้มันฟุ้งไปทั่วช็อปเลยละครับ แม้ว่าจะผมจะใส่หน้ากาก และใส่แว่นตาแล้วก็ตาม นอกจากนี้ผมยังต่อหัวดูดของเครื่องดักเก็บฝุ่นไว้ใต้โต๊ะเร้าเตอร์ใกล้ๆกับดอกเร้าเตอร์ด้วย เพื่อหวังว่ามันจะดูดเก็บฝุ่นได้หมด  แต่ก็ยังเอาไม่อยู่ ทำให้หัวหูของผมเต็มไปด้วยฝุ่นไม้เลยละครับ เหตุเพราะเมื่อผมต่อหัวดูดด้านล่างมันก็ดูดได้ส่วนหนึ่ง แต่การกัดเซาะร่องหรือการกัดบังใบ จะทำให้เกิดร่องด้านล่างของแผ่นไม้ที่เรากำลังกัดอยู่ ทำให้ฝุ่นหรือเศษไม้ถูกบังคับให้มันพุ่งออกทางปลายของร่อง ทำให้ฝุ่นไม้ทีเรากัดด้วยดอกเร้าเตอร์ มันจะถูกดันพุ่งออกทางร่องบังใบที่กำลังทำขึ้นนั่นเอง
     
     ตอนหลังผมได้เพิ่มเครื่องดูดฝุ่นอีกเครื่องและจ่อปลายหัวดูดฝุ่นไว้บริเวณทางออกของฝุ่นใกล้ๆกับใต้ร่องบังใบที่ฝุ่นมันพุ่งออกมา ผลก็ดีขึ้น แต่ก็ยังฟุ้งอยู่ดีเพราะความเร็วของฝุ่นที่ออกจากร่องบังใบมีความเร็วสูง แล้วบริมาณมันก็มากจริงๆ กว่าที่ผมจะทำบังใบเสร็จหมด ผมต้องใช้เวลาไปประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากทำไปหยุดไปนั่นเอง ประกอบกับเสียงดังและฝุ่นเยอะเกรงใจเพื่อนบ้าน (ทำให้ผมใช้เวลาทำโครงการนี้เสร็จประมาณ  2 เดือนเศษๆ)  ช่วงที่ไม่ได้ทำผมก็ยังใช้เวลาไปเสาะแสวงหาอุปกรณ์ฟิตติ้ง เช่นรางลิ้นชักและมือจับ ซึ่งไม่เคยซื้อเหมือนกัน และการที่จะไปซื้อได้แต่ละครั้งก็ต้องรอตอนช่วงเวลาที่ว่างหลังจากไปทำงานข้างนอกค่อยแวะไปซื้อ จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผมจึงใช้เวลานานนักในการสร้าง ไม่ใช่ว่าผมพิถีพิถันอะไรหรือว่ามันสร้างยากมากมายอะไรหรอกครับ
   
    ช่วงประกอบโครงโต๊ะตัวนี้ทำให้ผมมีโอกาสได้ใช้แคล้มป์ท่อ (Pipe Clamp) ในการจับยึดชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน ก็ช่วยงานได้มากพอสมควร และทำให้ผมมีโอกาสได้ใช้แคล้มป์เกือบทุกตัวที่มีอยู่ในการทำโต๊ะตัวนี้จริงๆเป็นครั้งแรกทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของแคล้มป์แต่ละชนิด

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-17 13:03:54


ความคิดเห็นที่ 103 (2929677)
avatar
pakae

ฝุ่น ฝุ่น ผมร่ะอยากได้เครื่องดูดของพี่เบริด์มากเลย

ไม่กล้าใช้เร้าเตอร์ กลัวฝุ่น

 

คุณเอ็มเร็วหน่อยน่ะ ผมรอชม

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-17 15:37:06


ความคิดเห็นที่ 104 (2929890)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 3:

EPISODE 3: ทำพื้นโต๊ะ

     หลังจากที่ทำโครงโต๊ะเสร็จแล้วก็พักอันนั้นไว้ก่อน ตอนนี้มาเริ่มทำพื้นโต๊ะก่อน เนื่องจากผมต้องการให้พื้นโต๊ะสามารถรับน้ำหนักได้ดี แข็งแรง เรียบ และลื่น ทำให้ผมเลือกใช้ไม้อัดหนา 20 มม.มาประกบกัน 2ชั้น แต่เดิมคิดว่าจะใช้ไม้อัดเป็นฐาน 1 ชั้น และจะใช้แผ่น MDF หนา 25มม. อีกแผ่นมาประกบด้านบนเพราะ MDF จะเรียบกว่าไม้อัดมาก เพราะผมขี้เกียจจะขัดไม้อัดเพราะฝุ่นมันเยอะและจะขัดอย่างไรก็เรียบสู้แผ่น MDF ที่เรียบมาจากโรงงานไม่ได้อยู่ดี แต่เนื่องจากผมไม่มีแผ่น MDF และก็ยังไม่อยากไปซื้อเนื่องจากต้องซื้อทีละหลายแผ่นทางร้านจึงจะเอามาส่งให้ แล้วก็ช่วงนั้นก็ไม่มีที่จะวางเพราะสินค้าของน้องเขาก็เต็มโรงรถ เลยตัดสินใจใช้ไม้อัดหนา 20 มม.ทั้งหมดในการทำพื้นโต๊ะ
     
     ผมตัดไม้อัดขนาด 24" x 24" จำนวน 2 แผ่นเพื่อทำเป็นพื้นโต๊ะแล้วนำมาประกบกันยึดด้วยกาวและยิงตะปูเพื่อตรึงไม่ให้มีการเคลื่อนที่เนื่องจากกาว แล้วใช้แคล้มป์ทั้งหมดที่หาได้บีบแผ่นไม้ทั้ง  2 เข้าด้วยกันส่วนตรงกลางๆก็หาอะไรที่หนักๆเท่าที่หาได้ทับไว้ทิ้งไว้ 2-3 วันเพื่อให้มันแห้งสนิท
     
     ส่วนขอบโต๊ะผมใช้ไม้แอช (Ash) ขนาด  1-1/2" x 6" มาซอยให้ได้ขนาด กว้าง 2-1/4" และยาว 29" (เผื่อไว้เล็กน้อยเอาไว้รีดให้ได้ขนาดอีกที) ไม้แอชนี่เป็นไม้ที่มีเนื้อแข็งมากพอสมควรและมีลายที่สวย ผมชอบมากเป็นการส่วนตัว (ทำให้ผมต้องไปซื้อมาใช้ในโครงการของผมอีกหลายสิบแผ่น) เมื่อตัดไม้แอชมาได้ทั้งหมด 4 ชิ้น ก็เอาเข้าเครื่องรีิดให้ได้ขนาดตามต้องการแล้วทำการตัดปลายเฉียง 45องศา(Miter) ทุกปลายเพื่อนำมาชนกันให้รอบขอบโต๊ะ หลังจากที่ทดสอบประกบกันหลายรอบจนได้สนิทกันดีจึงเริ่มงานขั้นตอนต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-18 13:11:36


ความคิดเห็นที่ 105 (2929891)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ผลจากการลองประกอบกันจนได้สนิทดีแล้วจึงเตรียมยึดไม้ขอบโต๊ะเข้ากับพื้นโต๊ะถาวร โดยผมจะใช้การติดและตรึงแนวให้ตรงด้วยแผ่นบิสกิต (Biscuit) โดยใช้เครื่อง Biscuit  Jointer เจาะร่องเพื่อใส่แผ่นบิสกิต โดยผมทำการขีดเส้นแนวเจาะให้ตรงกันทั้งที่แผ่นพื้นโต๊ะและแผ่นขอบโต๊ะแล้วจึงทำการเจาะร่องเพื่อใส่แผ่นบิสกิต โดยผมจะใช้บิสกิตเบอร์ 20 (ซึ่งเป็นเบอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด) ด้านละ 4 ชิ้นรวม 16ชิ้นโดยกะเว้นระยะให้ห่างพอๆกัน(ข้อดีอีกอย่างของบิสกิตคือแนวรูเจาะของทั้ง 2 ด้านที่จะประกบกันไม่จำเป็นต้องตรงกันเป๊ะ 100% คลาดเคลื่อนได้บ้างเล็กน้อย ไม่เหมือนกับแบบอื่นๆที่ต้องตรงกันเป๊ะ 100%)

     หลังจากที่เจาะร่องหมดทั้ง 16ร่องด้วยเครื่อง Biscuit Jointer แล้ว ผมจึงยึดชิ้นงานทั้งหมดเข้าด้วยกันด้วยกาวโดยทาทั้งที่ขอบ และในร่องบิสกิต จากนั้นจึงใส่แผ่นบิสกิตลงไปในร่อง แล้วทำการประกบขอบโต๊ะเข้ากับพื้นโต๊ะทุกด้าน และทำการจัดมุมทั้ง 4 ด้านให้ประกบกันให้สนิทพอดี ซึ่งเมื่อแผ่นบิสกิตโดนกาวมันจะพองตัวและอัดแน่นอยู่ในร่องบิสกิตจะทำให้รอยเชื่อมต่อแข็งแรงมาก
     

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-18 13:56:59


ความคิดเห็นที่ 106 (2929894)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      เมื่อทำการติดกาวเพื่อยึดตรึงไม้ขอบโต๊ะเข้ากับแผ่นพื้นโต๊ะเรียบร้อยแล้วทุกด้าน ผมจึงนำแคล้มป์ท่อ (Pipe clamp) จำนวน  8 อันมาบีบ โดยแบ่งเป็นด้านละ 4 จุดตลอดแนว เพื่อให้แผ่นไม้ขอบโต๊ะประกบแน่นสนิทกับแผ่นโต๊ะทุกด้านทุกมุมจริงๆ ก่อนที่จะขันแคล้มป์ท่อเพื่อบีบผมใช้เศษไม้มารองที่ปากของแคล้มป์ทุกปากก่อน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ไม้ขอบโต๊ะเป็นรอยเนื่องจากการกดอัดของแคล้มป์โดยตรงกับไม้ขอบโต๊ะหากเราไม่ใช้ไม้รองก่อน

      การประกบไม้ขอบโต๊ะกับแผ่นพื้นโต๊ะตัวนี้ ผมยกลงมาทำที่พื้นช็อป ทั้งนี้เพราะขนาดของเคล้มป์มันยาวกว่าความกว้างของโต๊ะงานไม้ของผม และผมจะได้เก็บโต๊ะงานไม้ไว้ทำงานส่วนอื่นได้ต่อไปด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-18 14:22:02


ความคิดเห็นที่ 107 (2929917)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 3:

EPISODE 4กาวยางเจ้าปัญหา

      หลังจากที่ติดขอบไม้รอบพื้นโต๊ะทั้งหมดแล้วก็รอให้กาวแห้งโดยทิ้งไว้หลายวัน จากนั้นก็ทำการถอดแคล้มป์ออก ตรวจดูความเรียบร้อยแล้วก็ทำการขัดผิวของโต๊ะทั้งหมด ด้วยเครื่องขัดแบบสั่น ผมใช้เวลาขัดพื้นผิวของโต๊ะอยู่หลายวันตั้งแต่การใขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์หยาบก่อนไล่ไปจนเบอร์ละเอียด จนคิดว่าน่าจะเรียบเนียนดีพอสมควรแล้ว ผมจึงเริ่มตัดแผ่นลามิเนตสีขาวมันให้มีขนาดใหญ่กว่าขนาดพื้นโต๊ะเล็กน้อยประมาณ 30" x 30" แล้วทากาวยางทั้ง  2 ด้าน รอจนกาวที่ทาไว้แห้งหมาดๆจึงทำการประกบแผ่นลามิเนต ด้วยการวางไม้ยาว 3-4 อันบนผิวของโต๊ะเว้นระยะเท่าๆกันเพื่อช่วยในการไม่ให้กาวติดกันก่อนที่จะเล็งให้ได้พอดีกับหน้าโต๊ะ

      หลังจากกะได้พอเหมาะแล้วจึงค่อยๆดึงไม้อันกลางออกก่อนและประกบแผ่นลามิเนตช่วงตรงกลางให้ติดกับแผ่นพื้นก่อนแล้วจึงค่อยๆรีดอากาศออกแล้วจึงค่อยๆดึงด้านข้างออกทีละข้าง แล้วจึงกดแผ่นลามิเนตเพื่อให้กาวติดกัน แล้วจึงค่อยๆเอาไม้ยาวประมาณ 1ฟุต วางแล้วเอาค้อนตอกบนไม้จากกลางแผ่นโต๊ะไล่ออกไปทางขอบของโต๊ะเพื่อรีดเอาอากาศออก

     เป็นอันว่าแผ่นลามิเนต ติดกับพื้นโต๊ะแล้วครับ ปล่อยให้แห้งดีอีก 24ชั่วโมงแล้วค่อยมาเอาทริมเมอร์เก็บขอบลามิเนตที่เกินออกมาให้เรียบ แต่ปัญหาเดิมๆของผมในการทากาวยางยังมีอยู่ครับเพราะยังทาได้ไม่เรียบและตามขอบก็มีบางส่วนที่เผยอออก แม้จะหยอดกาวและเอาแคล้มป์หนีบแล้วก็ยังไม่เรียบอย่างที่ต้องการ

     เมื่อเกิดปัญหาขึ้นอีก (ไม่รู้ว่าเพราะกาวยาง Bosny มันแห้งเร็วและค่อนข้างเหนียวหรือเปล่าไม่ทราบ พยายามใช้ให้หมดคราวหน้าจะใชัของ Dunlop ป๋องแดงตามที่คุณเอ๋แกแนะนำบ้างอาจดีขึ้น หรือเพราะผมปาดมันไม่ทันเลยมันแห้งก่อนเมื่อปาดซ้ำเลยเป็นก้อนๆก็ไม่ทราบ) จริงๆก็ซื้อของ Dunlop มาแล้วแต่เสียดายของ Bosny ที่ซื้อมาแล้วอยากใช้ให้มันหมดๆไป ทำให้ผมตัดสินใจที่จะพลิกพื้นโต๊ะกลับด้านอีกครั้งเพื่อทำการขัดพื้นโต๊ะใหม่อีกด้านให้เรียบและจะติดแผ่นลามิเนตที่พื้นโต๊ะอีกด้านให้เรียบอย่างที่ต้องการ ตอนนี้เลยทำให้ต้องเสียเวลาขัดและปิดแผ่นลามิเนตใหม่อีกหลายวัน ในที่สุดผมก็ได้พื้นโต๊ะที่มีแผ่นลามิเนตปิดทับอยู่ทั้ง 2 ด้าน หลังจากที่เก็บขอบส่วนเกินของแผ่นลามิเนตแล้วผมก็ทำการลบมุมของขอบพื้นโต๊ะทุกๆด้านด้วยทริมเมอร์กับหัวกัดสำหรับลบมุม จากนั้นก็ถึงขั้นตอนการเก็บรายละเอียดโดยผมเอากระดาษทรายเก็บรายละเอียดงานอีกเล็กน้อยเพื่อให้ผิวของขอบโต๊ะที่เป็นไม้แอชดูเนียนขึ้นพร้อมสำหรับการย้อมสีและลงแลคเกอร์ต่อไป สรุปว่าผมต้องปิดแผ่นลามิเนตทั้ง 2 ด้าน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-18 16:42:59


ความคิดเห็นที่ 108 (2930305)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***  รูปร่างหน้าตาของโต๊ะที่เมื่อทำสำเร็จแล้วหวังว่าจะมีหน้าตาอย่างนี้ครับ  ***

     กลับมาที่รูปแบบของโต๊ะอีกครั้งครับ หลังจากที่ได้ให้ดูการจัดทำชิ้นส่วนต่างๆของโต๊ะไปบ้างแล้ว จึงต้องการให้เห็นภาพร่างด้วย SketchUp ของโต๊ะตัวนี้ก่อนว่าผมต้องการให้มันมีหน้าตามันจะเป็นอย่างไรเมื่อทำเสร็จออกมาแล้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-20 09:46:28


ความคิดเห็นที่ 109 (2930307)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***** ดอกเร้าเตอร์แบบหางเหยี่ยวชนิดมีลูกปืนที่คอ *****

SEASON 3:

EPISODE 5: ทำลิ้นชักแล้วครับ

     หลังจากที่ทำโครงโต๊ะและพื้นโต๊ะเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปผมเริ่มทำลิ้นชักโต๊ะ ทำให้ผมต้องทบทวนวิธีการทำลิ้นชักโต๊ะจากหนังสือ และวิดีโอใหม่ให้แน่ใจเนื่องจากนี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตอีกเหมือนกันที่ทำลิ้นชักโต๊ะใช้เอง(ตื่นเต้นและหวั่นๆอยู่เหมือนกัน) เพราะดูแล้วมันต้องเป๊ะเรื่องขนาดด้านข้างเหมือนกัน แต่ด้านลึกไม่น่าจะมีปัญหามากเพราะเราทำให้มันสั้นกว่าพื้นที่จากโครงด้านหลังเล็กน้อยได้

     เรื่องการทำลิ้นชักโต๊ะนี่ผมได้เตรียมการไว้ล่วงหน้านานแล้วหลังจากที่เคยดูหนังสือ และดูวิดีโอการทำลิ้นชัก เห็นเขาใช้จิ๊กทำเดือยหางเหยี่ยว(Dove Tail Jig) แล้วทำให้ดูไม่ยากมาก เป็นเหตุให้ผมสั่งจิ๊กดังกล่าวเข้ามาจาก Axminster Tools ในอังกฤษ(เพราะช่วงเวลาดังกล่าวไม่เห็นมีขายในบ้านเรา แล้วก็ยังไม่รู้จัก Rockler หรือ Woodcraft รู้จักแต่ Amazon ที่เคยซื้อของบ่อย) ได้เกือบปีแล้วก็เพิ่งจะได้ใช้มันจริงๆก็คราวนี้แหละครับ อย่างน้อยก็ทำให้ผมอุ่นใจได้เล็กน้อยว่าเรามีตัวช่วยอยู่น่าจะทำได้น่า

     ข้อดีของเจ้าตัว Axminster Dovetail Jig ที่ผมได้ศึกษาดูก่อนซื้อก็คือมันจะใช้ดอกหางเหยี่ยวแบบที่มีลูกปืนติดอยู่ที่คอ(ดอก 1/4 นิ้ว) ทำให้สามารถใช้กับเครื่องเร้าเตอร์ได้ทุกยี่ห้อ ไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยตัวนำดอก หรือแหวนครอบ (Guide Bushing) ซึ่งจะต้องได้ขนาพอดีซึ่งจะหาได้ยากกว่าเพราะจิ๊กเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะผลิตในอเมริกา หรือไม่ก็ผลิตส่งขายอเมริกา ซึ่งจะมีขนาดจะเป็นนิ้ว ส่วนเร้าเตอร์ที่นำมาขายในบ้านเราจะมีแหวนครอบที่เป็น มม.(หาซื้อยากอีกต่างหาก เคยโทรไปถามที่ตัวแทน Makita แม้แต่ขนาดเป็น มม. ก็ยังไม่ได้นำเข้ามาขาย และก็ยังเป็นแบบของยี่ห้อใครยี่ห้อมันอีกใช้ร่วมกันไม่ได้)

     แบบของเดือยหางเหยี่ยวที่ทำได้จะเป็นแบบ Half blind Dovetail (ไม่กล้าแปลครับ เลยไม่มีคำภาษาไทยนะครับ) และขนาดความสูงของลิ้นชักควรเป็นขั้นๆ ขั้นละ 1/2 นิ้ว เช่น 5, 5-1/2 หรืิอ 6นิ้วเป็นต้น แต่ต้องไม่เกิน 12 นิ้ว ครับ (เพราะผมซื้อขนาด 12 นิ้วมาหากต้องการกว้างกว่าต้องซื้อแบบ 24 นิ้ว แต่ผมคิดว่าคงไม่ได้ทำขนาดใหญ่อย่างนั้น ขนาด 24นิ้วน่าจะเหมาะแก่การทำตัวตู้เลยละครับ และแพงกว่ามาก)
 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-20 09:47:14


ความคิดเห็นที่ 110 (2930374)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      เริ่มจากการตัดไม้เพื่อทำลิ้นชัก โดยใช้ไม้อัดขนาด 20 มม.(ประมาณ 3/4นิ้ว) มาทำ(จะทำโครงลิ้นชักที่มีความสูง 5 นิ้ว 2 อันและ 10นิ้วอีก 1 อัน ส่วนหน้าบานจริงจะมีขนาด 6" 2 อัน และ ประมาณ 12นิ้ว อีก 1อันตามลำดับ) โดยตัดให้ได้ขนาดตามต้องการแล้วทำเครื่องหมายตามรูปเพื่อลดความสับสนในการทำเดือยหางเหยี่ยว (ตามเทคนิคที่ดูจากวิดีโอของ Woodsmith Shop ผมเห็นว่าง่ายกว่าวิธีการที่แนะนำในหนังสือคู่มือเสียอีกอ่านแล้วสับสนมาก) ทำการเซาะร่อง (Dado) ด้านล่างของส่วนที่จะใส่พื้นลิ้นชักทั้ง 4 ด้านด้วยโต๊ะเร้าเตอร์และดอกกัดตรงให้ได้ร่องกว้างเท่ากับขนาดของไม้ทำพื้นลิ้นชักและลึกประมาณ 1/8 นิ้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-20 15:30:04


ความคิดเห็นที่ 111 (2930382)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***   หน้าตาของจิ๊กหางเหยี่ยว (Dovetail Jig)   ***

     การตั้งจิ๊กหางเหยี่ยวด้วยเทคนิคของ Woodsmith Shop สามารถทำได้ง่ายกว่าที่เขียนไว้ในคู่มือ ไม่ต้องจำและไม่มีพลาดเพราะช่วยลดการสับสนที่จะเกิดขึ้นเป็นอันมาก เพราหากกัดผิดครั้งเดียวต้องทิ้งแผ่นนั้นทั้งแผ่นเลย

     วิธีที่เขาแนะนำคือการตัดไม้มาตามขนาดที่ต้องการ แล้วเอามาประกอบเป็นกล่อง เสร็จแล้วให้พลิกหงายออกด้านนอกตามรูป จากนั้นให้ทำเครื่องหมายลูกศรไปทางฐานหรือด้านล่างของลิ้นชักทุกด้าน แล้วเขียนหมายเลขที่ไม้ชนกันเป็น เลข 1  2 3 และ 4 ไปเรื่อยๆตามรูปด้วยดินสอ (ตาม คห. ที่ 110) จากนั้นเวลาจะกัดตามจิ๊กก็ตั้งให้หัวลูกศรชี้หาตัวกั้นเท่านั้น โดยฝั่งซ้ายจะเป็นแผ่นเลขคี่(1 กับ 3) และฝั่งด้านขวาเป็นแผ่นเลขคู่ (2 กับ 4) ทำให้ผมไม่ต้องจำว่ามันเป็นแผ่นลิ้นชักด้านไหน หรือหัวหรือท้าย บนหรือล่างใดๆทั้งสิ้น (สุดยอดเทคนิคเลยครับ เพราะขนาดผมว่าผมเองก็พออ่านภาษาอังกฤษรู้เรื่องดีก็ยังอ่านคู่มือแล้วยังงงๆเลย เจอเทคนิคนี้ของ Woodsmith Shop ยกนิ้วให้เลย)

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-20 16:07:31


ความคิดเห็นที่ 112 (2930384)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     ตามรูปเป็นการทำเดือยหางเหยี่ยวฝั่งขวา คือชุดที่ 2 หรือ 4 ด้วยการใช้เร้าเตอร์ที่ใช้ดอกกัดแบบหางเหยี่ยว ที่มีลูกปืนที่คอ และปรับขนาดความลึกให้ได้ตามคู่มือ แล้วทำการเดินเร้าเตอร์ไปตามร่องแบบ(Template) จากซ้ายไปขวาตามทิศทางการกัดจองดอกเร้าเตอร์ แต่ในช่วงที่กัดด้วยเร้าเตอร์ไปตามจิ๊กนั้น ขนาดที่ผมจ่อหัวดูดฝุ่นไว้ใกล้ๆด้วยแล้ว(ตามรูป) มันก็ยังดูดไม่ทันเพราะความเร็วของฝุ่นที่ออกมาจากเร้าเตอร์ที่หมุนด้วความเร็วสูงขนาด 22,000 รอบ/นาทีนั้นเร็วเกินกว่าที่เครื่องดูดฝุ่นจะดูดได้ทันทั้งหมด ฝุ่นก็ยังฟุ้งไปทั่วช็อปเลย ทำให้ผมต้องหาเครื่องเร้าเตอร์ที่มีหัวที่ดูดฝุ่นติดอยู่ที่ฐานด้วยเลยครับ (เดิมใช้ MAKITA RP2301FC ไม่มีหัวดูดฝุ่นมาให้ (ขายเป็น Option) เคยถามตัวแทนแล้วได้ความว่าไม่ได้สั่งมาขาย เลยต้องเปลี่ยนไปใช้ Hitachi M12V2 แทนเพราะมีหัวดูดฝุ่นที่ตัวเร้าเตอร์เลยมาให้ด้วย แล้วก็จะเอามาติดดั้งที่โต๊ะเร้าเตอร์ในอนาคต เมื่อทำเสร็จด้วย) เพื่อลดฝุ่นลงให้เหลือให้น้อยที่สุดให้ได้ เพราะกลัวจะเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร เพราะฝุ่นมันพ่นออกมาเยอะจริงๆ หัวแดงเลย ต่อไปผมคงต้องทำ Hood ให้มันแบบถาวร หรือทำเป็น กล่องสำหรับติดตั้งจิ๊กโดยเฉพาะเพื่อให้ประสิทธิภาพการดูดฝุ่นดีขึ้นแบบที่ออกมาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-20 16:17:02


ความคิดเห็นที่ 113 (2930449)
avatar
pakae

ตอนซื้อผมไม่รู้ว่าต้องมีดอกแบบมีลูกปืนด้วย

ตอนทำจริงยิ่งงงไปใหญ่

ตอนหลัง ตัวนำดอก หรือแหวนครอบ (Guide Bushing) 

ผมเลยทำเองซะเลย เอา Guide ที่มากลับเราเต้อร์

มาโมต่อ ตอนนี้ใช้ดีครับ

ผมว่าจะลองหาดอกแบบนี้มาใช้บ้าง

หรือไม่ก้อหาลูกปืนมาใส่เอง

ต่อครับคุณเอ็ม

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-20 20:51:21


ความคิดเห็นที่ 114 (2930450)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***** รูปซ้ายทดสอบโดยยังไม่ได้ทากาว ส่วนรูปขวาใส่พื้นและทากาวแล้วครับ  *****

    หลังจากที่ทำ หางเหยี่ยวครบทุกด้านแล้ว ผมก็เริ่มนำมันมาประกบเข้าด้วยกันเพื่อดูว่ามันเข้ากันได้สนิทดีหรือเปล่า ซึ่งผลที่ได้ก็น่าพอใจระดับหนึ่ง (แต่ก่อนที่จะทำชุดที่ 2 ผมก็ได้มีการปรับตัวชนทั้ง 2 ด้านอีกนิดหน่อยเพื่อให้มันมีความแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม) หลังจากนั้นก็ถอดออกจากกันเพื่อทากาว โดยเริ่มจากทากาวแผ่นข้างทั้งสองข้างที่จะต้องต่อกับแผ่นหน้าลิ้นชัก คือปลายหมายเลข 3 และ 4 เพื่อเชื่อมแผ่นด้านข้างทั้งสองข้างเข้ากับแผ่นลิ้นชักด้านหน้าก่อน ส่วนแผ่นหลังยังไม่ได้ทากาว เพราะรอตัดไม้พื้นของลิ้นชัก และสไลด์เข้าไปตามร่อง แล้วจึงทากาวแผ่นด้านหลังประกบเข้ากับแผ่นด้านข้าง (โดยไม่ได้ทากาวในร่องที่ใส่พื้นลิ้นชัก ตามตำราที่เขาว่าให้มันเคลื่อนตัวได้บ้างเมื่อมีการยืดหรือหดของไม้)

       เมื่อทากาวด้านหลังและประกบเดือยเข้าด้วยกันแล้วก็ทำการวัดตามเส้นทะแยงมุมทั้งสองด้านเพื่อดูว่ารอยชนมันฉากกันหรือเปล่าหากมันไม่เท่ากันก็แสดงว่ายังไม่ได้ฉากจึงทำการเคาะเล็กน้อยตามตำรา เมื่อมันเท่ากันก็เป็นอันว่าลิ้นชักเราได้ฉากทั้ง 4มุมแน่นอน เมื่อแน่ใจว่ามันได้ฉากกันดีแล้วก็พักไว้รอให้กาวแห้งเป็นอันเสร็จไป 1 ชิ้น สำหรับการทำลิ้นชักโต๊ะอันแรกในชีวิต

       การทำครั้งนี้ทำให้ได้ประสบการณ์พอสมควร มีผิดพลาดบ้างตอนตัดแผ่นพื้นให้พอดีมันไม่พอดีเลยจึงต้องกลับไปอ่านตำราก่อนทำให้ได้ความว่าเขาให้เผื่อช่องว่างไว้ด้านละ 1/16 นิ้ว ก่อนหน้านี้ตัดพอดี ทำให้ใส่ไม่เข้า มันฟิตเกินไป อีกด้านตัดสั้นไปทำให้เวลาใส่แล้วมันหลุดออกจากร่อง จำได้ว่าต้องตัดถึง 3 แผ่นกว่าจะรู้ว่ามันต้องตัดอย่างไร
       แต่มาดูทีหลังผมว่าผมทำผิดไปอย่างหนึ่งคือผมไม่ได้เว้นช่ิองด้านหลังไว้ให้สอดแผ่นพื้นล่างแล้วยิงยึดด้วยตะปูหรือสกรู แต่ผมปิดไปเลย แต่ก็ไม่ได้ติดกาวยึดพื้นลิ้นชักเช้ากับร่องที่ทำไใว้ก็น่าจะพอได้ เวลาไม้มันเกิดขยายตัวเนื่องจากความชื้นตามฤดูกาล  เฮ้อ.....เหนื่อยเหมือนกันทั้งตอนทำและตอนเล่าเลยครับ ไม่รู้ว่าทำไปได้อย่างไร ขอพักก่อนละครับต้องไปดูแลแปลงผักสลัดไร้ดิน (Hydrophonic) ก่อนครับ ว่างๆจะกลับมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-20 20:54:57


ความคิดเห็นที่ 115 (2930508)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** โครงโต๊ะติดลูกล้อ PU พร้อมติดตั้งพื้นโต๊ะแต่ต้องรอซ่อมแผ่นลามิเนตหน่อยเพราะกาวติดไม่สนิท***

SEASON 3:

EPISODE 6: ติดตั้งลิ้นชัก

     เมื่อทดลองทำลิ้นชักอันแรกเสร็จ ก็ถึงเวลาที่จะต้องทดสอบเอาลิ้นชักเข้าตู้เพื่อดูว่าขนาดมันพอดีหนือไม่ หรือมีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ไขก่อนที่จะทำลิ้นชักอันที่ 2 และ 3 เพราะถ้ามีปัญหาแต่ไม่ได้แก้ไขก่อนก็จะทำให้ลิ้นชักที่ทำมาแล้วใช้ไม่ได้เสียของไปเปล่าๆ 

     กลับไปที่โครงโต๊ะก่อนครับ ก่อนที่จะทดลองประกอบลิ้นชัก ผมนำโครงตู้มาติดล้อโพลี่ยูริเทน (PU) ขนาด 5 นิ้วสีส้มแปร้ดเลยครับ โดยติดแบบแป้นตายไว้ด้านหลัง และแบบแป้นหมุนชนิดล็อคได้ ติดไว้ด้านหน้า จากนั้นจึงนำพื้นโต๊ะขึ้นวางบนโครงโต๊ะแล้วเจาะรูผ่านคานยึดตู้ด้านบนทะลุขึ้นไปยังพื้นโต๊ะเพื่อยึดด้วยสกรูเกลียวปล่อยชั่วคราว เพื่อไม่ให้โครงตู้บิดระหว่างการติดตั้งลิ้นชัก
 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-21 08:45:14


ความคิดเห็นที่ 116 (2930509)
avatar
suchartjit

 ต่อเรื่อยๆ นะครับ ผมติดตามอยู่

ผู้แสดงความคิดเห็น suchartjit วันที่ตอบ 2012-12-21 09:03:39


ความคิดเห็นที่ 117 (2930529)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 3:

EPISODE 7: งานเสริม

คุณ Pakae/ Suchartjit

      จะพยายามเข้ามาเพิ่มให้ตลอดช่วงนี้เมื่อมีเวลาว่างครับ ติดตามไปเรื่อยๆ เพราะตั้งใจว่าจะให้จบ SEASON ภายในปีนี้(หากทันนะครับ) เนื่องจากกำลังจะเริ่มทำ Workshop Hutch และตัวอื่นๆต่อแล้วครับ ไม้และอุปกรณ์ก็ซื้อมาเตรียมไว้เกือบครบแล้ว
      ช่วงนี้ยังไม่ได้ทำเพราะกำลังซ่อมชิงช้าสนามอยู่ครับเนื่องจากโครงสร้างที่รับพื้นกับพนักพิงนั้นไม้มันผุและแตกหมดและไม่สามารถใช้งานได้แล้ว คงถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด และน่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำเดือยเหลี่ยมก็งานนี้แหละครับ (ของเดิมเขาใช้Loose Tenon )
      หลังจากได้รื้ออกมาดูแล้วสรุปว่าคงต้องทำตัวม้านั่งชิงช้าใหม่ทั้งตัวแล้วครับ เหลือไว้แต่ขาที่ไม่ต้องทำแต่คงต้องขัดแล้วลง Teak Oil หรือ Urethane ใหม่ เลยตั้งใจว่าจะทำด้วยไม้แดงตอนนี้ตัดไม้โครงทั้ง  4 ชุดแล้วแต่ยังไม่ได้ทำเดือยขอคิดดูก่อนว่าจะทำด้วยอะไรดีเนื่องจากมันไม่ได้เป็นร่องและเดือย (Mortise and Tenon) ที่มีหน้าตัดเป็นมุมฉากซะด้วยซิครับ มุุมมันเป็น 105 องศา งานช้างเลย  เท่าที่คิดไว้แต่ยังไม่ได้ลองก็คือตัดเดือยด้วยเลื่อยสายพาน ส่วนร่องนี่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้เครื่องเจาะเดือยเหลี่ยมหรือเร้าเตอร์ดี คงจะต้องลองหาวิธีทำด้วยไม้เนื้ออ่อนเพื่อทดสอบดูก่อน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-21 11:08:18


ความคิดเห็นที่ 118 (2930533)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** รูปซ้ายเป็น shim ขนาดต่างๆที่ทำขึ้นมา ส่วนรูปขวาคือการเอา Shim ไปใส่เพื่อให้เกิดช่องว่างระหว่างลิ้นชักที่มีขนาด 1/16 นิ้ว ***     

SEASON 3:

EPISODE 8: ตัวช่วยติดราง

      ขนาดของลิ้นชักที่ผมทำขึ้นนั้นจะมีขนาดหน้ากว้างน้อยกว่าช่องว่างด้านในตู้ประมาณ 1 นิ้ว เพื่อเหลือช่องว่างสำหรับรางลิ้นชักที่จะติดข้างละตัว ซึ่งจะต้องมีที่ว่างอย่างน้อยข้างละ 1/2 นิ้ว (ตามคู่มือของ Hafele ที่กำหนดไว้)
     ก่อนอื่นผมจัดทำตัวช่วยก่อน 2 ตัว ซึ่งก็ได้เทคนิคนี้มาจากวิดีโองานไม้ของ Norm Abram แห่ง The New Yankee Workshop ที่ได้ดูมาก่อนที่จะลงมือทำ

              * ตัวช่วยตัวที่ 1. ได้แก่ไม้ที่จะทำเป็น Shim หรือ spacer (ไม่ทราบว่าช่างไทยเรียกว่าอะไร ใครทราบบอกด้วยครับ)
                     1. ขนาด 1/16 นิ้ว จำนวน 2 อัน
                     2. ขนาด 1/8 นิ้ว จำนวน 2 อัน 
                     3. ขนาด 1/4 นิ้ว จำนวน 2 อัน
               ผมใช้เครื่องเลื่ยสายพานผ่าเอาจากเศษไม้แอช(Ash) (ที่จริงจะใช้แค่ขนาด 1/16 นิ้วเท่านั้นแต่ไหนๆก็ผ่าไม้แล้วเลยทำขนาด 1/8 นิ้วและ1/4 นิ้วไว้ใช้กับงานอื่นในอนาคตซะเลย) 
              สำหรับลิ้นชักอันแรกคืออันบนสุดผมใช้ Shim เพียงอันเดียวคือระหว่างใต้พิ้นโต๊ะกับขอบไม้ปิดหน้าลิ้นชัก ที่ผมทำขึ้นจากไม้อัด 20 มม.ปิดทับด้วยไม้อัดสักลายเส้น 4 มม.โดยตัดให้มีขนาดพอดีปิดหน้าตู้ได้ทั้งหมด แล้วจึงเอามาตัดซอยเป็นลิ้นชักบนอันแรกให้มีความสูง 6 นิ้ว ส่วนอันที่ 2 ก็มีขนาด  6 นิ้วเช่นเดียวกัน ส่วนอันล่างสุดก็ตัดให้พอดีกับขอบด้านล่างของฐานโต๊ะพอดี ประมาณ12นิ้ว จึงทำให้มีช่องว่างระหว่างหน้าบานลิ้นชักเท่ากับ1/16 นิ้ว

              * ตัวช่วยตัวที่ 2. ได้แก่ไม้ค้ำรางลิ้นชัก หรือจิ๊กช่วยติดรางลิ้นชัก(Support Board) เพื่อใช้ในการรองรางลิ้นชักให้อยูในตำแหน่งสูงต่ำตามที่เราต้องการ (โดยทำขึ้นจากเศษไม้อัด 10-15 มม.) ความสูงครั้งแรกเท่ากับที่เราจะติดรางลิ้นชักตัวบนสุด แล้วค่อยตัดลงมาให้ได้ขนาดความสูงของรางที่ 2 และรางที่ 3 ตามลำดับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-21 11:57:43


ความคิดเห็นที่ 119 (2930539)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***  รางลิ้นชัก Hafele ชนิด 2 ตอนแบบมีลูกปืนที่สามารถดึงออกได้จนสุดความลึกของลิ้นชักยาว 22 นิ้ว (55 มม.) ***

     หลังจากที่พร้อมแล้วผมจึงเริ่มติดรางกับตัวตู้ก่อนทั้งสองข้าง โดยเริ่มจากลิ้นชักบนสุดก่อนและใช้ตัวช่วยที่ได้ทำขึ้นเตรียมไว้ก่อนหน้านี้คือจิ๊กสำหรับติดตั้งรางลิ้นชัก โดยทำจากเศษแผ่นไม้อัด 10-15 มม.(วิธีติดตั้งด้วยจิ๊กดูรูปใน คห. ที่ 124 ) โดยรองไว้ใต้ราง แล้วทำการยึดรางเข้ากับผนังตู้ทั้งด้านซ้ายและขวา โดยยึดด้วสกรูเกลียวปล่อยเพียง 2 ตัวในรูที่สามารถเลื่อนเข้าออกในแนวนอนได้เล็กน้อย เมื่อเสร็จแล้วจึงมายึดรางที่ด้านข้างของลิ้นชักบ้าง โดยยึดด้วยสกรูเกลียวปล่อยในรูที่สามารถปรับลิ้นชักในแนวตั้งได้เล็กน้อย หลังจากนำลิ้นชักแรกเข้าตู้แล้วก็ปรับนิดหน่อยให้มันได้ระดับและเสมอกันดี หลังจากทุกอย่างเข้าที่ได้ระดับทั้ง 2ข้างจึงยึดด้วยสกรูเกลียวปล่อยที่รางให้ครบ เมื่อลองสไลด์ลิ้นชักเข้าไปรู้สึกคับหน่อยๆในตอนแรกๆ แต่เมื่อเลื่อนเข้า ออกหลายๆทีก็ดูลื่นขึ้น คงจะเป็นเพราะผมทำลิ้นชักให้มันเท่ากับช่องว่างหลังจากหักความหนาของรางไป 1นิ้วแล้วมันจึงฟิตพอดีไม่ได้แผื่อไว้ ดังนั้นลิ้นชักอันที่ 2 ที่ผมจะทำจึงลดขนาดหน้ากว้างของลิ้นชักจากเดิมลงอีก 1/16 นิ้ว จะทำให้มีช่องว่าง(clearance) เพิ่มขึ้นอีกข้างละ 1/32นิ้ว น่าจะทำให้เลื่อนได้คล่องตัวขึ้น ส่วนแผ่นติดหน้าลิ้นชัก (Front Panel) ผมติดไว้ชั่วคราวด้วยเทป 2 หน้ากับลิ้นชักเพื่อทดสอบและปรับลิ้นชักให้พอดี

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-21 12:49:23


ความคิดเห็นที่ 120 (2930613)
avatar
เอ๋ เพาะช่าง
image

พี่เอ็มถ่ายขั้นตอนการติดตั้งรางลิ้นชักเปล่าครัย
ถ้าถ่ายไว้พี่ช่วยขึ้นกระทู้ขั้นตอนทําลิ้นชักเลยครับพี่ เด๊๋ยวผมไปแจม

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ๋ เพาะช่าง (a_houvthak-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-21 20:01:29


ความคิดเห็นที่ 121 (2930641)
avatar
เปี๊ยก พิดโลก

เห็นด้วยครับ อ.เอ๋ ผมจาได้ตามไปดู  ได้ดูรุ่นใหญ่ทำงานแล้วรุ่นจิ่วต้องรีบไปฝึกฝีมือมากๆ จะได้ทำงานละเอียดๆมากๆได้กับเค้าบ้างเนาะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เปี๊ยก พิดโลก (peak-dot-electone-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-21 21:49:20


ความคิดเห็นที่ 122 (2930693)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***   เปลือยร่างให้เห็นข้างในกันจะๆเลย    ***

 คุณเอ๋ คุณเปี๊ยก

แฮ่ๆ ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเล่าเรื่องให้ใครอ่านเลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปไว้ครับ กว่าจะทำลิ้นชักและติดตั้งรางครั้งแรกในชีวิตได้ก็สาหัสเลยแหละครับเล่นเอาเมื่อยไปหลายวัน เอาไว้ครั้งต่อไป กำลังจะทำช็อบชุดใหญ่จะถ่ายไว้ให้หมดเลย เรื่องลิ้นชักนี่ผมว่าคุณเอ๋ขึ้นกระทู้เองได้เลยครับ เพราะชำนาญมากกว่าผมมากมายหลายช่วงตัวแบบไม่เห็นฝุ่นเลย เพราะผมเพิ่งจะทำอันแรกเองตามตำรา ส่วนคุณเอ๋น่าจะทำเป็นร้อยแล้วหลับตาคลำ(ทำ)ยังได้เลย ผมจะตามไปแจมดีกว่า. โยนลูกให้เลย 555

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-22 08:18:15


ความคิดเห็นที่ 123 (2930921)
avatar
เอ๋ เพาะช่าง

555....พี่เอ็มโยนแรงจัง เดี๋ยวผู้ชมจะเบื่อผมนะซิครับ
ผมว่ามีหลายท่านที่สามารถ แต่ไม่ค่อยแสดงตัวซะมากกว่า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ๋ เพาะช่าง (a_houvthak-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-23 23:36:15


ความคิดเห็นที่ 124 (2931228)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

รูปแสดงจิ๊ก (support Board) ตัดให้มีความสูงเท่ากับระยะที่จะติดรางลิ้นชัก ให้เท่ากันทั้ง 2 ข้าง แล้ววางรางลิ้นชักบนจิ๊ก ติดสกรู ยึดรางกับผนังตู้ เสร็จแล้ววัดระดับความสูงของรางลิ้นชักอันที่ 2 ตัดจิ๊กออกให้ได้ขนาดความสูงที่วัดไว้ แล้วติดตั้งรางที่  2 ทั้ง 2 ข้าง

คุณเอ๋

ผมก็อาศัยการเล่าเรื่องนี่แหละครับในการฝึกฝีมือทั้งในการสร้างงานและการเขียนแบบด้วย Sketchup ไปในตัว ผมเห็นด้วยว่าในบอร์ดนี้มีเซียนผู้มีฝีมือเยอะหลายท่านแต่อาจไม่มีเวลามาเแชร์ความรู้ซะมากกว่ามั้งครับ ส่วนคุณเอ๋นี่มีอะไรเอามาแชร์หมด นับถือๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-25 20:20:43


ความคิดเห็นที่ 125 (2931397)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ***   ติดตั้งลิ้นชักใช้ราง 2 ตอนที่สามารถดึงออกมาได้จนสุดลิ้นชัก   ***

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-27 00:40:24


ความคิดเห็นที่ 126 (2931483)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 3:

EPISODE 9: แต่งหน้าทาปาก    

   ตามที่เคยเล่าเรื่องการทำแผ่นหน้าตู้ของผมไปเล็กน้อยแล้ว โดยก่อนที่ผมจะทำขั้นตอนดังกล่าวต่อไป ขั้นแรกผมเอาคานตัวกลางที่ยังไม่ได้ติดตั้งติดตังลงไปเพื่อยึดโครงให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้นไม่ให้มันบิดเบี้ยวได้ง่ายเมื่อต้องรับน้ำหนักทั้งจากบนโต๊ะและจากลิ้นชักเมื่อใส่ของเข้าไปแล้ว ผมยึดคานดังกล่าวด้วยกาวและใช้แคล้มป์ท่อยึดไว้อีก 1 คืน เมื่อกาวยึดคานตัวที่ 3 หรือคานตัวกลางแห้งสนิทดีแล้วผมก็ปลดเอาแคล้มป์ออก แล้วเอาแผ่นพื้นโต๊ะหรือท๊อป มาวางบนโครงโต๊ะให้ได้พอดีกับรูยึดสกรูที่ได้เคยเจาะไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกับเจาะยึดกับคานตัวกลางเพิ่มโดยเจาะจากด้านล่างคานทะลุขึ้นไปยึดกับแผ่นพื้นโต๊ะ

      ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนการปิดแผ่นหน้าลิ้นชักโต๊ะ ซึ่งผมเอาเทคนิคที่ได้จากการดูวิดิโองานไม้ของต่างประเทศมาใช้ด้วยโดยผมตัดไม้อัดขนาด 20 มม.ให้มีขนาดใหญ่กว่าขอบนอกด้านหน้าตู้ทั้งความกว้าง และความสูงเล็กน้อยประมาณข้างละ 1/2 นิ้วจากนั้นผมก็เลือกไม้อัดสักที่มีลายตามที่ชอบมาตัดให้ได้ขนาดเดียวกันกับไม้อัดยาง 20 มม.ข้างต้น  แล้วทาด้วยกาวยางทั้ง 2 แผ่นเมื่อแห้งหมาดๆแล้วจึงนำมาประกบกันโดยมีไม้อัดสักอยู่ด้านบนจากนั้นจึงนำไปตัดให้ได้ขนาดกว้างน้อยกว่าขอบนอกของตู้ทั้ง 2 ข้างเล็กน้อยประมาณด้านละ 1/16 นิ้ว ส่วนความสูงนั้นตัดให้ได้ความสูง 6 นิ้ว (เนื่องจากขอบโครงลิ้นชักที่ผมทำมีความสูงเท่ากับ 5 นิ้วจะอยู้หลัง) ด้วยโต๊ะเลื่อยวงเดือน

       เมื่อตัดขนาดที่ต้องการได้แล้วจึงปิดขอบด้วยวีเนียร์ไม้สักทุกด้าน แล้วจึงนำไปแปะติดกับโครงลิ้นชักชั้นบนสุดก่อนด้วยเทปกาว 2 หน้า โดยสอด shim ขนาด 1/8 นิ้วเข้าไประหว่างด้านล่างพิ้นโต๊ะกับด้านบนแผ่นปิดหน้าลิ้นชักดังกล่าว เมื่อปรับให้ได้ตามต้องการแล้วจึงยิงตะปูจากด้านในลิ้นชักออกมายังแผ่นปิดหน้าลิ้นชัก 2-3 ตัวเพื่อยึดไว้ชััวคราว จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนเหมือนกันโดยตัดไม้ชิ้นต่อจากชิ้นแรก (เพื่อให้ลายไม้มันต่อเนื่องกันเนื่องจากทำขึ้นจากแผ่นเดียวกันแบบต่อเนื่อง ส่วนลิ้นชักล่างสุด ก็ตัดไม้ให้มีความสูงพอดีกับขอบล่างของโครงโต๊ะโดยใส่ Shim ระหว่างล้นชักไปด้วย เมื่อให้มีความห่างและเวลาเปิดปิดลิ้นชักๆจะไม่ชนกัน

      หลังจากปรับทุกอย่างได้ที่ตามต้องการแล้ว จึงทำการยึดแผ่นหน้าลิ้นชักโต๊ะที่ติดไว้ชั่วคราว ให้แน่นหนาถาวรทั้ง 3 ลิ้นชัก โดยยึดกับโครงลิ้นชักด้วยสกรูเกลียวปล่อยจากด้านในลิ้นชักๆละ 4 ตัว   

      ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนที่ผมเกือบพลาดครั้งใหญ่เพราะเป็นขั้นตอนขัดผิวเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการย้อมสี ลง Sanding Sealer และแลคเกอร์ ด้วยความไม่รู้ว่าผิวของไม้อัดสักนั้นมันบางจริงๆ ผมดันเอาเครื่องขัดแบบสั่นลงขัดเลยครับเดินเครื่องไป 2 ปืด โอ้โห....ผิวไม้หายไปเลย เห็นเนื้อไม้ขาวๆข้างล่างเลย ตกใจนึกว่าซวยแล้วเรา ดีนะที่ผมขัดข้างหลังก่อน จึงหยุดได้ทัน แม้ว่าจะแหว่งไปหน่อยเอาสีย้อมไม้ย้อมก็พอทน เกือบไปแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-27 14:41:47


ความคิดเห็นที่ 127 (2931486)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ขั้นต่อไปเป็นขั้นตอนเจาะรูเพื่อยึดมือจับเข้ากับลิ้นชัก โดยผมได้ทำจิ๊กขึ้นมาเพื่อให้รูเจาะทั้งหมดตรงกันและได้ระดับจริงๆ จิ๊กที่ทำขึ้นก็ทำจากเศษไม้อัดและไม้โครงแล้วแจาะรูให้เท่ากับขนาดของมือจับเพื่อเป็นแบบโดยใช้ไม้โครงเป็นขอบเกี่ยวกับด้านข้างและด้านบนของลิ้นชัก เวลาเจาะจะได้ตรงกันหมดไม่ต้องกะ ไม่ต้องวัด (อยากทำแบบที่เป็น Acrylic ใสและปรับได้สักอันเห็นแบบจากแมกกาซีนต่างประเทศแล้วดูดี แต่ครั้งนี้ทำใช้แค่โต๊ะตัวเดียวซ้อมมือ เลยเอาแบบง่ายๆไม่ต้องปรับ)
     ผมเจาะจากด้านหน้าทะลุไปยังด้านหลังของโครงลิ้นชักเลย ทำให้ผมต้องเจาะถึง 37-38 มม.เนื่องจากใช้ไม้อัดขนาดแผ่นไม้อัดยางขนาด 20 มม.(ขนาดที่วัดได้จริงคือ 17 มม.) 2 แผ่นและไม้อัดอัดสักปิดหน้าอีก 1 แผ่น ทำให้ผมต้องไปหาสกรูเกลียวมิลยาว
พร้อมแหวนรองมาใช้แทน สำหรับยึดมือจับใหม่เนื่องจากที่ติดมากับมือจับมันสั้นไป 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-27 14:52:48


ความคิดเห็นที่ 128 (2931490)
avatar
pakae

สวย น่ะใช่มาก

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-27 15:37:18


ความคิดเห็นที่ 129 (2931579)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***  งานคั่นเวลา และทดสอบการย้อมสีและลงแลคเกอร์- ถาดใส่สิ่วในลิ้นชักโต๊ะที่ทำขึ้นจากไม้สน ***

SEASON 3:

EPISODE 10: มือสั่น.....คั่นเวลา   

          ขั้นตอนต่อไปเป็นช่วงเวลาระทึกใจแล้วครับ เพราะงานมันจะออกมาดีหรือไม่ก็อยู่ที่ช่วงเวลานี้แหละครับ คือขั้นตอนการขัดๆๆๆๆๆ แล้วก็ขัด ขัดทั้งนอกและในทุกซอกทุกมุม เพราะเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ผมได้มีโอกาสได้ย้อมสี และลงแลคเกอร์ จึงต้องลงมือขัดหน่อยครับ แต่เนื่องจากผมไม่เคยทำมันมาก่อน ก็ได้ดูวิดิโอการย้อมสีของต่างประเทศ กับอ่านกระทู้ ทิปเล็กๆ....ตอนลงแลคเกอร์ให้นุ่มนวล ของคุณเอ๋ เพาะช่างของพวกเรานี่แหละครับ ผมอ่านหลายเที่ยวก่อนที่จะเริ่มทำการลงแลคเกอร์

         หลังจากที่ผมขัดจนเป็นที่พอใจแล้วจึงเริ่มขั้นตอนการย้อมสี เนื่องจากผมชอบสีไม้โอ๊คจึงจับโต๊ะของผมย้อมสีโอ๊คซะก่อน ซึ่งขั้นตอนการย้อมสีของผมก็ทำตามที่เขาแนะนำกันละครับ โดยทาให้ทั่วด้วยแปรงโฟม แล้วทิ้งไว้สักครู่พอสีที่ย้อมซึมลงในเนื้อไม้จึงเช็ดส่วนที่เกินออกด้วยผ้านุ่มๆ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง (ผมทิ้งไว้เป็นวันเพราะมัวไปทำอย่างอื่นเสียก่อน)

         ย้อนหลังไปนิด ช่วงก่อนที่ผมจะเริ่มโครงการทำโต๊ะตัวนี้ ผมซื้อสิ่วงานไม้ของ Nicholson มา 1 ชุดซึ่งมีทั้งหมด 7 เล่ม มีขนาด ตั้งแต่ 1/4", 3/8" 1/2", 5/8", 3/4", 1" และ 1-1/2" ก็เลยตั้งใจว่าจะทำที่เก็บสิ่วพวกนี้ให้เป็นระเบียบสามารถหยิบใช้ได้ง่าย และปลอดภัยจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากความคมของมันได้ หากไม่มีที่เก็บที่ดีพอ  ถาดที่ผมทำก็จะใส่สิ่วได้ครบทั้ง 7 เล่มและมีที่ว่างไว้ด้านซ้ายเพื่อเอาไว้เก็บพลาสติคหุ้มปลายสิ่วเวลานำสิ่วไปใช้จะได้ไม่หาย และเอาไว้เก็บหินลับสิ่วด้วยไปในตัว

        ระหว่างที่จะย้อมสีก่อนลง Sanding Sealer และแลคเกอร์นั้น ผมเริ่มทำถาดสำหรับวางสิ่วเอาไว้เก็บสิ่วในลิ้นชักไปด้วย ทั้งนี้เพราะผมยังกล้าๆกลัวๆ จึงพยายามที่จะไม่รีบเร่งในการลงแลคเกอร์ และจะได้ะเป็นการทดสอบขั้นตอน วิธีการและเทคนิคที่ได้ศึกษามา เป็นครั้งแรกที่ทำ หากผิดพลาดอะไรจะได้แก้ไขได้ทัน แถมยังช่วยให้ตอนทำจริงมือจะได้ไม่สั่นเพราะความกลัวว่าจะไม่สวยดั่งที่หวังไว้ละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-27 22:18:29


ความคิดเห็นที่ 130 (2931656)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 3:

EPISODE 11: ลงแลคเกอร์

        ระหว่างที่ทำถาดเก็บสิ่วผมก็ทดลองการลงแลคเกอร์กับถาดเก็บสิ่วนี่แหละครับ ผมทดลองย้อมสี ลง Sanding Sealer และแลคเกอร์กับถาดใบนี้ก่อนเพื่อดูว่าผมจะทำอะไรผิดไปทำให้โต๊ะตัวแรกที่ทำมากับมือเน่าเสียก่อน

       ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเพราะอันดับแรกผมกะเวลาไม่ถูกไม่ทราบว่าแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลาจริงๆเท่าไรแน่ ส่วนผสม ของ Sading Sealer หรือ แลคเกอร์ กับทินเน่อร์ควรจะผสมเท่าไรจึงจะดีแล้วก็ไม่แห้งก่อนที่ผมจะทำงานแต่ละขั้นตอนเสร็จ เลยเอาถาดเก็บสิ่วเป็นหนูทดลอง

       หายนะเกือบมาเยือนอีกครั้งเมื่อผมทดลองย้อมสีเป็นครั้งแรกผมดันปล่อยให้มันแห้งนานเกินไป ไม่รีบเช็ดส่วนที่เกินออกภายใน 2-3 นาที ทำให้เวลาเช็ดออกสีมันจึงไม่เรียบเสมอกันทำให้ผมได้เรียนรู้จากความผิดพลาดอีกครั้ง (จะเห็นสีที่ย้อมที่ถาดเก็บสิ่วมันด่างๆไม่เรียบเนียน)

      เมื่อมาถึงขั้นตอนการทดลองลง Sanding Sealer ของ TOA ก็เกือบหายนะอีกครั้งเพราะผมไม่ทันดูว่าทินเน่อร์ที่ใช้ทำละลายสำหรับ Sanding Sealer คือทินเน่อร์เบอร์ 71 แต่ผมดันเอาทินเน่อร์เบอร์ 21 ไปผสม ผลปรากฏว่า Sanding Sealer แทนที่จะละลายกลับเกาะกันเป็นก้อนเหมือนตังเมเลย เมื่อผมยกปี๊บ Sanding Sealer ขึ้นอ่านแล้วมาดูที่กระป๋องทินเน่อร์ของผม อ้าว....มันคนละเบอร์เลยนี่หว่าแทนที่จะเป็น 71 เราดันเอาเบอร์ 21 ลงไปผสม(แรกๆผมก็ไม่ได้เอะใจหรอกครับแต่พอคนไปๆแทนที่มันจะละลายเจือจางกลับเกาะกันเป็นก้อนๆเหนียวๆจึงเอะใจว่าเอ๊ะนี่มันทินเน่อร์ปลอมหรือเปล่า???? โทษไปโน่นเลย) ดีที่ผมผสมไปไม่มากแค่ 1/2 ลิตรความผิดพลาดของเราเองเลยที่จำเบอร์ผิดแล้วก็ไม่ได้อ่านให้ละเอียดก่อนผสม เลยต้องเททิ้งทั้งหมด

      ในที่สุดผมก็ต้องไปร้านขายไม้ใกล้บ้านไปซื้อทินเน่อร์ TOA เบอร์ 71 มาใหม่อีก 1 ปี๊บเล็ก (ราคาเอาเรื่องเหมือนกัน 310 บาท แพงกว่าแลคเกอร์อีก) ผมใช้ผสม Sanding Sealer กับแลคเกอร์ทาโต๊ะตัวนี้ตัวเดียวไปเกือบหมดปี๊บเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-28 13:28:13


ความคิดเห็นที่ 131 (2931674)
avatar
banjo

เยี่ยมยอดครับคุณเอ็ม ติดตามเอาใจช่วยอยู่ตลอดครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น banjo (banjongwbumrung-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-28 15:57:26


ความคิดเห็นที่ 132 (2932063)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 3:

EPISODE 12: เสร็จเสียที

      ผมทา Sanding Sealer ไปทั้งหมด 3 เที่ยวโดยทาแล้วปล่อยให้แห้งและเอากระดาษทรายเบอร์ 320 ลูบๆแล้วทาทับใหม่อีกชั้นแล้วขัดซ้ำทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นจึงลงแลคเกอร์แบบเงาไปอีก 3 รอบ โดยแต่ละรอบก็รอให้แห้งแล้วลูบด้วยกระดาษทรายแบบนี้ไปเรื่อยๆตามที่คุณ เอ๋ เพาะช่างแนะนำไว้

       หลังจากลงแลคเกอร์เงาแล้วก็ลงแลคเกอร์ด้านตามโดยแต่ละรอบก็ลูบด้วยกระดาษทรายไปอีก 7 เที่ยว ส่วนเที่ยวสุดท้ายเพิ่มทินเน่อร์เพื่อให้แลคเกอร์เจือจางแล้วทาเก็บงานในเที่ยวสุดท้ายตามสูตรคุณเอ๋เลย ทำให้ได้ผลงานออกมาตามรูปครับ

       เมื่อลง Sanding Sealer และแลคเกอร์แล้ว ปล่อยไว้ให้แห้ง 2-3 วันดีจึงทำการติดตั้งมือจับลิ้นชักทั้ง  3 อัน เป็นอันจบงานไม้ที่ผมมีโอกาสได้ทำเป็นเรื่องเป็นราวชิ้นแรก ต้องขออภัยไว้ด้วยว่ารูปประกอบคำอธิบายขั้นตอนต่างๆในการทำนั้นผมไม่ค่อยได้ถ่ายไว้ จึงต้องทำขึ้นมาใหม่เพื่อประกอบคำอธิบายด้วยโปรแกรม Sketchup เป็นจำนวนมากนะครับ งานที่ออกมาแม้จะยังไม่ค่อยดีมากนักอย่างที่ตั้งใจไว้แต่ก็ภูมิใจที่สามารถทำมันจนสำเร็จได้ รวมแล้วผมใช้เวลาไป 2 เดือนเศษๆ เพราะทำไปหยุดไป สามารถทำได้เฉพาะเวลาที่ว่าง แต่ก็สนุกดีครับ

      ขอบคุณคุณ banjo และทุกท่านที่ติดตามครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 20:38:13


ความคิดเห็นที่ 133 (2932066)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***  รูปผลงานที่ทำเสร็จแล้ว ***

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 20:58:25


ความคิดเห็นที่ 134 (2932067)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

***  ใช้วางเครื่องรีดไม้ และทำเป็นโต๊ะช่วยตัดสำหรับโต๊ะเลื่อยวงเดือน ***

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 20:58:29


ความคิดเห็นที่ 135 (2932069)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

 *** ใช้เป็นตัวช่วยโต๊ะเลื่อยวงเดือนเพื่อประคองไม้ที่ตัด***

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 21:02:20


ความคิดเห็นที่ 136 (2932071)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** อีกมุมหนึ่งของการใช้งานร่วมกับโต๊ะเลื่อยวงเดือน และโต๊ะงานไม้*** 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 21:08:39


ความคิดเห็นที่ 137 (2932073)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** ลองจับเครื่องไม้เครื่องมือมาใส่ลิ้นชักดู ***

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 21:14:55


ความคิดเห็นที่ 138 (2932075)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** ลองจัดของเข้าลิ้นชักเล่นๆเมื่อทำเสร็จ *** 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 21:19:59


ความคิดเห็นที่ 139 (2932076)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

 *** รูปสุดท้ายแล้วครับสำหรับผลงานชิ้นแรกของผม ***

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 21:24:16


ความคิดเห็นที่ 140 (2932077)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     *** รูปแสดงแบบของโครงการใหม่ที่ผมกำลังเริ่มทำครับ เมื่อเสร็จจะเข้าคู่กับโต๊ะที่ทำเสร็จแล้วดังรูปขวามือนี่แหละครับ ***

      โครงการงานไม้งานนี้เป็นแบบที่ผมไม่เคยทำมาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ลิ้นชัก การทำบังใบ หรือแม้แต่การติดลูกล้อ แต่เกิดจากแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมสนใจ DIY งานไม้ จึงได้เริ่มจากการอ่านหนังสือ นิตยสาร วารสาร และดูวิดีโอเกี่ยวกับงานไม้ที่มีให้ค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงจากที่ท่านผู้รู้ทั้งหลายใน webboard นี้แหละครับที่ได้ช่วยกันถ่ายทอดความรู้หรือประสบการณ์ต่างๆไว้ให้ในกระทู้ต่างๆ โดยเฉพาะจากคุณเอ๋ เพาะช่าง และคุณอนุชิตแห่ง Thaicarpenter.com และทีมงาน ที่ทำให้ผมสามารถทำงานชิ้นนี้ได้จนสำเร็จ ต้องขอขอบคุณไว้ ณ. ที่นี้

      นอกจากนี้งานชิ้นนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้้ผมได้รับประสบการณ์ต่างๆมากมายจากการลงมือทำงานจริง มีทั้งความผิดพลาดต่างๆที่คาดไม่ถึง จากที่ยังขาดประสบการณ์หรือจากความไม่รอบคอบของผมเองที่จะเป็นประโยชน์ในการทำงานชิ้นต่อๆไปของผม และต้องขอบคุณทุกๆท่านที่แวะเข้ามาอ่านและให้กำลังใจในโอกาสนี้ด้วยครับ

      หากท่านใดมีข้อแนะนำติชม ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนที่ผมทำผิดไป ทิป หรือเทคนิคต่างๆที่จะทำให้ผมได้พัฒนาต่อๆไปผมยินดีรับฟังนะครับ เพื่อนำมาปรับปรุงขั้นตอนหรือวิธีการทำให้ถูกต้องกับงานชิ้นต่อไปๆที่กำลังจะทำ

      อีกอย่างนะครับผมจะเน้นเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเป็นอย่างยิ่งต้องใส่แว่นตานิรภัยทุกครั้งเมื่อเริ่มหยิบเครื่องมือ แต่งกายรัดกุมไม่ใส่รองเท้าแตะทำงาน ไม่ใส่เครื่องประดับใดๆแม้นาฬิกาข้อมือ เปิดเครื่องดูดฝุ่นทุกครั้งที่ใช้เลื่อย หรือเครื่องเร้าเตอร์ และใส่หน้ากากให้ถูกต้องกับงานทุกครั้งทั้งแบบกันฝุ่น หรือกันสารเคมี ใส่ที่ครอบหูเมื่อใช้เครื่องมือที่มีเสียงดัง และที่สำคัญต้องมีสติทุกครั้งที่เปิดใช้งานเครื่องมือช่าง เหล่านี้ทำให้ผมและทุกท่านปลอดภัยจากการทำงานไม้ครับ

      มาถึงตรงนี้แล้วคิดว่ายังคงมีอีกหลายท่านที่อาจจะสงสัยว่า อะไรคือแรงบันดาลใจของผมให้มาทำ DIY ด้านงานไม้กันบ้างไม่มากก็น้อย เพราะเรื่องราวยังไม่จบนะครับ รอ Season หน้าจะได้ทราบว่ามันคืออะไร (ยังไม่เฉลยตอนนี้นะครับ)........ to be continue

      สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 21:32:48


ความคิดเห็นที่ 141 (2932086)
avatar
banjo

เยี่ยม..สวัสดีปีใหม่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น banjo (banjongwbumrung-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-01 23:44:16


ความคิดเห็นที่ 142 (2932089)
avatar
หรั่ง ม.นักกีฬา

สุดยอดครับ สวัสดีปีใหม่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หรั่ง ม.นักกีฬา (kg_sn-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-02 00:14:59


ความคิดเห็นที่ 143 (2932090)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ banjo และคุณหรั่ง ม.นักกีฬา

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-02 01:49:46


ความคิดเห็นที่ 144 (2932098)
avatar
pakae

season หน้าแล้วต่อเลย

ผมอ่านของคุณเอ็มแล้ว

ก็มีข้ออ้างไม่ทำของตัวเอง

ไม่มีเวลาทำ 5555

อ้อ ตอนใช้ table saw เวลาตัดไม้แผ่นใหญ่ๆๆ

เวลาพาไม่ไป ระวังโต๊ะมันขยับน่ะครับ

 

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-02 07:35:11


ความคิดเห็นที่ 145 (2932103)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณ Pakae

     ตื่นแต่เช้าทุกวันเลยนะครับ Season ใหม่ตั้งใจว่าจะทำไปถ่ายรูปไป แล้วค่อยนำมาขึ้นเว็ปไปเรื่อยๆ (แต่ท่าทางจะต้องใช้เวลาพอสมควร ส่วนวัตถุดิบนั้นพร้อมแล้วครับ กะว่าจะเริ่มทำคงต้องหลังจากทำชิงช้าใหม่ให้เสร็จก่อนละครับ) 

    เรื่องโต๊ะนั้นล้อมันล็อกได้ทั้งการเคลื่อนที่และการหมุนรอบตัวเองนอกจากนี้เวลาใช้ แนวดันไม้จะตั้งฉากกันแนวหมุนของล้อ(รูปที่ถ่ายแค่ทดสอบระดับ เวลาใช้งานจริงด้านหน้าตู้จะหันไปอีกด้าน) ผมได้ลองทดสอบดูแล้วใช้ได้ดีครับเนื่องจากผมจะไม่ได้ตัดแผ่นใหญ่มากเช่น ไม้อัด 20มม.ทั้งแผ่น เนื่องจากยกไม่ไหวครับ ลากมันไปตัดบนพื้น รองด้วยไม้ข้างใต้ก่อนตัดด้วยเลื่อยวงเดือนให้เป็น 2 หรือ 3 แผ่นย่อยก่อนนะครับเลยไม่มีปัญหา ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ

     เรื่องทำโครงงานนี่ต้องเริ่มให้เป็นเชื้อก่อน แล้วจะเกิดแรงฮึดสู้ครับ ผมเองยังใช้เวลาตั้ง 2 เดือนเกือบครึ่งในการทำโต๊ะตัวนี้ เพราะผมสามารถมาทำได้ก็เฉพาะช่วงเวลาที่ว่างไม่มีงานหลักเข้ามาครับ แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าใครจะมาเร่งเราด้วย เนื่องจากมันเป็นของๆเราเองไงครับยังไม่เสร็จก็ไม่ต้องรีบ

     เห็นว่าคุณ Pakae ได้ลูกสาวในวันที่มีคำทำนายว่าโลกจะแตกใช่ไหมครับ ยินดีด้วยกับสมาชิกใหม่ตัวน้อยๆครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-02 08:25:36


ความคิดเห็นที่ 146 (2932105)
avatar
suchartjit

 สวัสดีปีใหม่ครับ คุณเอ็ม ผมชอบงานเขียนพี่มากเลยครับ ได้ทั้งกำลังใจ และได้ทั้งเทคนิค และที่สำคัญพี่ยังบอกถึงข้อควรระวังในการทำงานไว้ด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น suchartjit วันที่ตอบ 2013-01-02 08:53:51


ความคิดเห็นที่ 147 (2932161)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณ Suchartjit

ยินดีครับหากจะเป็นกำลังใจให้คนที่ไม่เคยทำงานไม้เช่นผม สามารถทำ DIY งานไม้ได้เอง สนุกและได้ความรู้ด้วยครับ เพราะผมเองก็ยังทำได้(แต่ก็ใช้เครื่องมือช่วยเยอะเหมือนกัน) นี่ครับท่านอื่นก็น่าจะทำได้ และอาจทำได้ดีกว่าผมด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-02 15:06:30


ความคิดเห็นที่ 148 (2932272)
avatar
เอ๋ เพาะช่าง

ถ้าทุกคนเป็นแบบพี่เอ็ม ผมตกงานแน่ 5555
สวยครับพี่ ฝีมือๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ๋ เพาะช่าง (a_houvthak-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-03 09:49:21


ความคิดเห็นที่ 149 (2932278)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณเอ๋

     อันนี้ส่วนหนึ่งก็ต้องยกเครดิตให้คุณเอ๋ ที่มีน้ำใจมาเปิดเผยเทคนิคในอาชีพของตนเองที่ส่วนใหญ่มักจะไม่มาบอกกัน ทำให้ผมได้ใช้เทคนิคของคุณเอ๋ทำผลงานออกมาได้ในที่สุด

     ขออวยพรให้คุณเอ๋มีงานล้นมือตั้งแต่ต้นปีเลยนะครับ คนที่มีทั้งฝีมือ และน้ำใจ ไม่ต้องกลัวงานไม่มี มีแต่มีงานจนทำไม่ทันมากกว่า

  

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-03 10:48:12


ความคิดเห็นที่ 150 (2932324)
avatar
nco/กุ้ง

 คุณพี่เอ็มครับผมเห็นกล่องกบเหล็กในลิ้นชั้กสิ่วพี่สวยดีครับผมอยากทราบรุ่น/ราคาและร้านครับพี่....จากน้องคนเชียงราย 

ผู้แสดงความคิดเห็น nco/กุ้ง (nco333-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-03 15:37:29


ความคิดเห็นที่ 151 (2932326)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณnco/กุ้ง

เป็นกบของ Sheffield ขนาด 9 นิ้ว ซื้อจาก Truevalue ราคาจำไม่ได้แล้วครับ น่าจะประมาณ 2พันกว่าๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-03 16:13:35


ความคิดเห็นที่ 152 (2932341)
avatar
sornid

งดงามน่าตื่นตาตื่นใจมากเลยครับ ไว้ผมขอเป็นแนวทางทำ workshop ของผมบ้างน่ะครับ ตอนนี้ยังเป็นแบบชั่วคราวอยู่เลยครับ

ชอบงานของพี่มากเลยครับ เขียนเข้าใจง่ายดีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น sornid (sorsarid-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-03 17:52:06


ความคิดเห็นที่ 153 (2932342)
avatar
อนุชิต

พี่เอ็มครับ ผมต้องขอโทษนะพี่ ที่แกล้งอำว่ากระทู้นี้จะจบลงอย่างไร เพราะผมรู้ดีว่า เวลาเราแกล้งโยนหินถามทาง มันจะเรียนรู้อะไรบางอย่าง จากสิ่งที่เราได้รับ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากอีกกระทู้นึงนะครับ  สุดยอดครับพี่...

ผู้แสดงความคิดเห็น อนุชิต วันที่ตอบ 2013-01-03 18:07:12


ความคิดเห็นที่ 154 (2932346)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ Sornid

       ขอบคุณที่ติดตาม และยินดีที่จะเป็นแรงกระตุ้นให้มือใหม่ DIY ทั้งหลายทดลองทำดูเพราะทุกท่านสามารถทำได้เหมือนผมที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็สามารถทำได้จนสำเร็จมาแล้ว

คุณอนุชิต

       อย่าคิดมาก เพราะในที่สุดก็ยังไม่มีท่านใดทราบว่า อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมมาสนใจ DIY งานไม้ครับ ต้องรอ Season หน้า ติดตามกันต่อไปนะครับ แต่ขอเวลาไปทำชิงช้าให้ ผบ.ทบ.ก่อนนะครับ 555

คุณเอ๋

       ผมตั้งกระทู้ ขั้นตอนและเทคนิคการทำลิ้นชักโดย อ.เอ๋ เพาะช่าง ไว้ให้คุณเอ๋ แล้วนะครับ อย่าลืมรีบไปปรากฏตัวด่วนนะครับเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกมารุมด่าผมเอาได้นาครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-03 18:40:10


ความคิดเห็นที่ 155 (2932527)
avatar
เอ๋ เพาะช่าง

งานเข้าไวกว่าที่คิด 555

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ๋ เพาะช่าง (a_houvthak-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-04 12:15:33


ความคิดเห็นที่ 156 (2932529)
avatar
nco/กุ้ง

 คุณพี่เอ็มครับรบกวนลงรูปกบsheffield.ให้น้องดูได้มั๊ยครับพอดีให้เพื่อนไปดูที่พัทยาเหลืออยู่ตัวเดียวเลยยังไม่กล้าตัดสินใจครับพี่..ขอบพระคุณครับ..love ราคา2300.-คับ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น nco/กุ้ง (nco333-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-04 13:13:06


ความคิดเห็นที่ 157 (2932570)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

คุณ nco/กุ้ง

ลงรูปให้แล้วครับ Sheffield 9" Adjustable Block Plane รุ่นนี้มือจับเป็นไม้ครับ ยังไม่ได้ใช้เลยตั้งแต่ซื้อมา แล้วก็ไม่ใช่ผู้ชำนาญเลยให้ความเห็นไม่ได้ครับ นอกจากปรับใบกบง่ายตามประสากบฝรั่ง แต่ก็หนักเหมือนกันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-04 17:19:44


ความคิดเห็นที่ 158 (2932595)
avatar
nco/กุ้ง

 แจ่มแจ้งครับคุณพี่M    ขอบคุณครับ มาเชียงรายโทรหาด้วยนะครับพี่  ชอบจังคนนิสัยแบบนี้ 083-2036287..... 55555

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น nco/กุ้ง (nco333-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-04 20:21:47


ความคิดเห็นที่ 159 (2932623)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณเอ๋กับคุณกุ้ง

             ดูรูปดีๆ  หน้าตาเหมือนจะเป็นพี่น้องกันได้เลยนะครับ ยินดีครับคุณกุ้ง อยู่จังหวัดเดียวกับเทพพงษ์ หรือครับ ปีนี้ไม่ได้ไปเชียงราย ไปปายมาแทน มีโอกาสแวะไปเยือนครับ webboard TC นี้อบอุ่นเสมอครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-04 22:36:01


ความคิดเห็นที่ 160 (2932681)
avatar
nco/กุ้ง
image

 อยู๋ใกล้กันครับตอนเที่ยงท่านเทพก้อมาซื้อท่อที่ร้านผมตอนนี้ท่านเทพเน้นงานเหล็กล้วนๆเลยครับพี่...... เอารูปแบบเต็มๆรบกวนพี่ให้คะแนนด้วย ส่วนกบผมตัดสินใจเล่นStanleyครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น nco/กุ้ง (nco333-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-05 12:43:56


ความคิดเห็นที่ 161 (2932790)
avatar
pakae

คุณกุ้ง เตรียมกระดาษทราย

ไว้โมกบด้วยน่ะ เผื่อท้องไม่เรียบ

ออมแรงไว้เยอะๆๆ

ของผมทั้งเก่าทั้งใหม่ไม่เรียบทั้งคู่

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-06 07:37:03


ความคิดเห็นที่ 162 (2932828)
avatar
nco/กุ้ง

 จริงเหรอครับคุณpakae...ผมเริ่มจะลังเลอีกแล้ว ทำงัยดีครับคุณpakae แนะนำหน่อยครับ ผมอยู่ไกลต้องสั่งอย่างเดียวไม่มีสิทธิ์เลือก

 

ผู้แสดงความคิดเห็น nco/กุ้ง (nco333-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-06 09:54:44


ความคิดเห็นที่ 163 (2932841)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ Pakae

        ป๋าขู่ซะคุณกุ้งฝ่อเลย แล้วของคุณ Pakae ใช้ Stanley ตัวไหนหรือครับ เห็นมีอยู่ 3-4 รุ่น Sweetheart(SW), Bailey, Professional หรือ workbench เพราะผมว่าจะหา 18 หรือ 22นิ้ว Bailey มาไว้ในครอบครองเหมือนกัน Bailey พอมีขายในบ้านเรา แต่ SW ต้องสั่ง หรือไม่อาจไปดูกบไม้ธรรมศักดิ์เห็นหลายๆท่านว่าดีก็ได้
         กบฝรั่งนี่ผมชอบอยู่อย่างเดียวคือปรับง่ายนอกนั้นก็ไม่มีอะไรเด่น ผมว่ายิ่งยาวยิ่งหนักเพราะมันเป็นเหล็กหล่อ เคยไปยก Veritas ของคุณ i3ird ตอนไปเยี่ยมช็อปแก หนักเอาเรื่องเหมือนกัน กบไทยผมมีกบชาวบ้านอยู่ตัวหนึึงปรับยากมาก เพราะผมปรับมันไม่เป็นด้วย ก็ไปได้ความรู้ในการปรับมาจากคุณเขมทัต ในงานรวมพลฯครั้งที่แล้วก็ดีขึ้นหน่อย ใจเลยยังลังเลอยู่เหมือนกัน หรือไม่ก็ซื้อทั้งคู่เลยแล้วกัน รอผู้รู้มาแนะนำแล้วกันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-06 12:30:25


ความคิดเห็นที่ 164 (2932846)
avatar
อดิศร

ถามคุณ m หน่อยครับว่าไอ้เจ้าตัวที่เอาไว้ต่อกับเครื่องรีดไม้ของ MAKITA ที่เอาไว้ดูดขี้ไม้ (เรียกไม่ถูก) หาซื้อได้

ที่ไหนครับตามหามานานยังหาไม่ได้เลยครับผมกำลังเบื่อเพราะเวลาใช้ทีทั้งฝุ่นทั้งขี้ไม้เต็มห้องเลยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศร วันที่ตอบ 2013-01-06 14:37:39


ความคิดเห็นที่ 165 (2932861)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

 คุณอดิศร

     P/N. 193036-7 ชื่อ Dust collector hood set ครับราคาพันกว่าบาท ไปได้มาจาก บริษัท เกรียงไทยวัฒนา ถนนพระราม 2 ครับเมื่อ พ.ค. ปีที่แล้ว ยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมไม่รวมมาให้กับเครื่องเลย ต้องมาหาซื้อเอาทีหลังให้ยุ่งยาก(หาซื้อยากอีกต่างหาก) หรือปกติเขาไม่กลัวฝุ่นกัน
     ต่อกับเครื่องดูดเศษไม้กำลังสูงๆ แล้วจะรู้ว่ามีประโยชน์จริงๆครับ

     http://www.ktw.co.th

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-06 16:56:49


ความคิดเห็นที่ 166 (2932868)
avatar
pakae

ของผม Smooth plane No.4 ครับ 2 ตัวเลย

ใหม่ตัว เก่าตัว ว่าจะไปเอาของเก่าอีกตัว

ใช้ดีมาก ถ้ารู้จัก paul sellers เค้าใช้แบบน่าอิจฉาเลย

เขาว่า I can do anything with smooth plane

แล้วก้อเค้าแนะนำให้ซื้อเป็นตัวแรกเลย

แล้วก้อตัวยาว ผมใช้ธรรมศักดิ์ 24 นิ้วรุ่นพิเศษครับ

ไม่รู้มีอีกรึป่าว แต่ขอบอกแจ๋วมาก

มันกินไม้สะใจมาก เปรียบให้ฟัง

ผมปรับหน้าโต๊ะ 40x110 cm หน้าแรก

ใช้ธรรมศักดิ์ 14นิ้ว และตามด้วย 9 นิ้ว

คู่นี้เป็นรุ่นพิเศษอีกเหมือนกัน

ใช้เวลา 3 ชม หน้าสอง เป็น24นิ้ว กับ Smooth plane 9 No.4 9"

เหลือไม่น่าถึง ชั่วโมงดี ต้องยกความดีให้

ธรรมศักดิ์ 24" กับที่ลับ VERITAS แจ่มมาก

น่าจะ 24" มันยาวกว่าเวลาปรับมันเลยเร็วกว่าครับ

สรุปว่า กบดีใบคม ไสแล้วสนุกครับ

 

ปล คุณกุ้งไม่ต้องกล้วเพราะยังไงก้อต้องทำครับ

ทำมากทำน้อยแค่นั้น หรือส่งมาผมทำให้ก้อได้ครับ

ผมลองไม้บรรทัดทาบแล้ว

ตอนซื้อ แต่พอกลับบ้านต้องมานั่งขัด 2 ชม

ขัดท้องกบแบบ ลับมีดง่ายครับ

ถ่ายรูปไว้แต่หาไม่เจอ Paul sellers ก้อมีสอนน่ะครับ

ลองดูครับ แกพูดอังกฤษสำเนียงอังกฤษ ฟังง่าย

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-06 17:42:43


ความคิดเห็นที่ 167 (2932901)
avatar
nco/กุ้ง

 ขอบคุณ คุณpakaeมากครับถ้าไม่ลองทำเองแล้วจะไปเล่าให้ใครฟังได้งัยครับว่ามันมีความสุขแค่ไหน..555 เอาสาวสวยๆ(กบ)มาให้ชมกันหน่อยครับอยากเห็นจังครับว่าน่ารักขนาดไหน

ผู้แสดงความคิดเห็น nco/กุ้ง (nco333-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-06 20:33:38


ความคิดเห็นที่ 168 (2932938)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณPakae

เอามาโชว์ตัวทั้งครอบครัวเลยนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-07 00:38:48


ความคิดเห็นที่ 169 (2932958)
avatar
อดิศร

ขอบคุณคุณ m ครับเดี่ยวผมจะลองถามบริษัทเกรียงไทยวัฒนาว่าของหมดหรือยังเพิ่มเติมเรื่องที่คุณ m บอกว่า

แหล่งความรู้งานไม้จาก internet ผมลองทำดูแล้วครับโดยหา Down Load จาก Torrent ตามที่คุณ m บอก

(ถ้าเรียกผิดขอโทษด้วยครับ) ต้องบอกว่าแหล่มเลบครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศร วันที่ตอบ 2013-01-07 08:24:50


ความคิดเห็นที่ 170 (2932959)
avatar
pakae

ช่วงนี้ครอบครัวแตกแยก

ช่างมายืมไปตั้งแต่ก่อนปีใหม่

ยังไม่กลับมาเลย

เอาเท่าที่มีแล้วกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-07 08:27:12


ความคิดเห็นที่ 171 (2932995)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ Pakae

       อ่านบรรทัดแรกตกใจนึกว่าโดน ผบ.ทบ. สั่งย้ายด่วนให้ไปอยู่กะเครื่องมือ รอดูๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-07 13:37:57


ความคิดเห็นที่ 172 (2932998)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

     ยังไม่ได้หายไปไหนนะครับ แต่ช่วงนี้อยู่ระหว่างการทำชิงช้าทดแทนของเดิม และปลูกผักสลัดกางมุ้งทานเอง แบบไร้ดิน (Hydrophonic) ตอนนี้ให้ผลผลิตรุ่นแรกเพื่อเก็บเกี่ยวได้ในสัปดาห์หน้า โดยไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆในการกำจัดแมลง ประหยัด ปลอดภัย แถมได้ความรู้และสนุกไปอีกแบบครับ ผมว่ามันง่ายกว่าการทำงานไม้เยอะ ปลายเดือนจึงจะเริ่มทำโครงการต่อไปเพื่อสานฝันให้เสร็จภายในปีนี้ให้ได้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-07 13:44:07


ความคิดเห็นที่ 173 (2933232)
avatar
โจ

ผมอยากเรียนรู้งานกับคุณจังอยู่ที่ไหนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โจ (jo_yabuha-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-08 19:12:57


ความคิดเห็นที่ 174 (2933242)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 โห.คุณโจ

     ล้อผมเล่นป่าว ผมก็มือใหม่เหมือนกัน อาศัยอ่านหนังสือ แล้วก็ดูวิดีโอ(ทฤษฎีเยอะ) แค่นั้นเอง ส่วนฝีมือ หรือทำจริงน่ะยังอีกไกลครับ อยากเรียนรู้งานไม้ต้อง คุณเขมทัต หรือ อ.เอ๋ เพาะช่าง โน่นเลเยครับทั้ง 2  ท่านนั่นตัวจริง สุดยอดฝีมือแล้วครับ อย่างไรก็ดีก็ต้องขอบคุณที่ติดตามงานที่ผมเริ่มสร้างมันขึ้นมาครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-08 20:33:10


ความคิดเห็นที่ 175 (2933251)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณ i3ird

     คุณเขมทัต ตามตัวอยู่ที่ เครื่องมือชิ้นโปรด แล้วนะครับ รีบกลับไปรายงานตัวโดยด่วน ทุกคนรออยู่นะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-08 21:20:33


ความคิดเห็นที่ 176 (2933355)
avatar
pakae

คุณเอ็ม ผักนั้นปลูกเองรึป่าว

ของไปดูหน่อยสิ หรือมีอย่างอื่นจะแนะนำก้อได้น่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-09 14:19:02


ความคิดเห็นที่ 177 (2933457)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณPakae,

เป็นแปลงที่ผมทดลอง ปลูกเองครับ ปกติผมซื้อผักสลัดทานสัปดาห์ละ 1 กก. เลยไปอบรมมาเมื่อเดือน พ.ย. แล้วลองปลูก ได้ประสบการณ์พอสมคววรกับการปลูกรุ่นแรกครับ คงต้องปรับปรุงรอบการปลูกอีกนิดหน่อยน่าจะเข้าที่ ตอนนี้เลยไม่ต้องซื้อแล้วครับ หากสนใจลองเข้าไปดูที่ www.h2ohydrogarden.com ก็ได้ครับ ง่ายกว่างานไม้เยอะครับ

แหล่งความรู้ที่ดีอีกที่ครับ www.kmitl.ac.th/hydro

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-09 23:16:58


ความคิดเห็นที่ 178 (2933713)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

      ก่อนที่จะทำโครงการใหม่ ผมคงต้องทำม้านั่งชิงช้าใหม่ทั้งตัวให้เสร็จก่อนครับเพราะ ผบ.ทบ. จับตาดูอยู่ ทำให้ผมต้องลองหาวิธีในการทำร่องเดือย (Mortise) ด้วยเครื่องมือที่ผมมีอยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงไม่ต้องทำใหม่บ่อยๆ (ยกเว้นอย่างเดียวคือการเจาะด้วยสิ่ว ไม่ใช่อะไรนอกจากที่ว่าผมน่ะยังไม่ชำนาญในการใช้สิ่วและไม้ที่ใช้ทั้งหมดจะเป็นไม้แดงที่ค่อนข้างแข็ง)
       ในที่สุดผมก็ได้ข้อสรุปว่าผมคงจะใช้ โต๊ะเร้าเตอร์แนวนอน กับชุดเจาะและเซาะร่องแนวนอน ของ Thaicarpenter.com นี่แหละครับในการทำ ส่วนเดือยน่าจะทำไม่ยากด้วยเลื่อยสายพานโดยจะทำหลังจากที่ทำร่องเดือยเสร็จแล้วครับเพื่อให้ได้ขนาดที่พอดีกันมากที่สุด
      ตอนนี้ขอไปหาดอกเร้าเตอร์ขนาด 5/8" ที่มีความยาวสัก 4 นิ้ว พวกที่เอาไว้เจาะกุญแจคอม้าอะไรประมาณนั้นก่อนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-11 11:03:14


ความคิดเห็นที่ 179 (2933741)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

 

SEASON 4:

 

EPISODE 1: เริ่มงานใหม่    

      ระหว่างที่ยังไม่ได้ทำชิงช้าเพราะต้องไปหาดอกเร้าเตอร์ก่อน เลยถือโอกาสเขียนแบบเพื่อเตรียมสร้าง ที่วางแคล้มป์แบบเคลื่อนที่ได้ (Mobile Clamp Rack) ที่เป็นหนึ่งในโครงการรายการที่ 12 ที่ผมจะทำ โดยจะใช้ไม้แอช (Ash) เป็นหลัก นอกจากพื้นเท่านั้นที่จะใช้ไม้อัด 20มม. และตัวลิ้นชักจะใช้ไม้อัดขนาด 15 มม.ส่วนล้อที่ใช้จะเป็นชนิด PU แบบแป้นหมุนล็อกได้ขนาด 3 นิ้วทั้ง 4 ล้อ

     เนื่องจากดูแล้วท่าทางแคล้มป์มันจะอยู่คนละทิศคนละทาง ใต้โต๊ะเลื่อยบ้าง ในกล่องบ้าง หาไม่เจอบ้าง ตอนจะสร้าง Workshop Hutch เดี๋ยวจะหาแคล้มป์ไม่เจอ เลยตัดสินใจว่าจะสร้างรายการนี้ก่อนเลย เพื่อจะได้เก็บแคล้มป์ทั้งหมดให้เข้าที่ก่อนที่จะสร้าง Workshop Hutch (เนื่องจากยังเขียนรายละเอียดของแบบไม่เสร็จ เพราะต้องวัดขนาดให้เป๊ะจริงๆกับโต๊ะที่ทำไว้แล้วและพื้นที่ๆจะทำด้วย รวมถึงการแก้แบบให้มันมีตีนโต๊ะ+ตู้ด้วย)

      หลังจากที่ได้ฝึกซ้อมการใช้โปรแกรม Sketchup จากการอธิบายโครงการ Workshop Rolling Cart ที่ทำไปแล้ว ทำให้ผมเริ่มที่จะใช้งานได้คล่องขึ้นหน่อย จึงทำให้ผมสามารถวาดแบบ ที่วางแคล้มป์แบบเคลื่อนที่ได้ เสร็จเร็วขึ้น และผมก็ได้ขนาดของไม้แต่ละชิ้นที่จะตัดออกมาจาก โปรแกรม Sketchup ด้วย ดังนั้นผมคงจะเริ่มทำโครงการนี้ไปพร้อมๆกับการทำชิงช้าใหม่ให้ ผบ.ทบ.ด้วยเลยครับ จะทำไปถ่ายรูปไปเท่าที่จะไม่ลืมนะครับ แล้วจะเอามาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-11 14:50:54


ความคิดเห็นที่ 180 (2933772)
avatar
pakae
image

ครอบครังกบผม

ยังขาดอีก 4 ตัว

ช่างยืมไปยังไม่มาคืนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-11 19:06:38


ความคิดเห็นที่ 181 (2933885)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณ Pakae,

 ครอบครัวใหญ่เหมือนกันนะ แสดงว่าต้องงานเยอะแน่เลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-12 20:28:57


ความคิดเห็นที่ 182 (2933999)
avatar
nco/กุ้ง

 เยี่ยมครับท่าน

ผู้แสดงความคิดเห็น nco/กุ้ง (nco333-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-13 14:35:44


ความคิดเห็นที่ 183 (2935126)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

SEASON 4:

EPISODE 2:  Unplugged 

       ช่วงนี้พักงาน เลย unplugged เครื่องมือไฟฟ้า หันมาจับกบและสิ่วมาลับคม เพื่อเตรียมตัวเริ่มงานสร้าง Roller clamp rack และชิงช้าในสัปดาห์หน้า

         ทำให้ผมได้มีโอกาสทดลองไสไม้ด้วยกบชาวบ้านยาว10นิ้ว(ที่ซื้อมานานแล้วแต่ไม่ค่อยได้ใช้นอกจากลบมุมเล็กๆน้อยๆ) วันนี้เลยมีโอกาสได้นำมาลับใบและปรับแต่งให้มันพร้อมใช้งานหลังจากปรับให้มันเข้าที่ (ท่านที่ซื้อกบชาวบ้านตามร้านฮาร์ดแวร์มาคงนึกสภาพออกว่าคุณภาพและความเรียบร้อยหาไม่ได้เอาเลยจากกบพวกนี้แต่ก็พอใช้งานได้นะครับ) เมื่อโมกบได้ที่แล้ว จึงได้ทดลองไสไม้เพื่อที่จะต้องการให้ได้ความรู้สึกกับการใช้งานเครื่องมือพื้นฐานช่างไม้บ้าง

         หลังจากที่ได้ลับใบกบให้มันคมแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าใบกบคมๆนี่เวลาไสไม้มันสนุกเหมือนกันนะครับ นอกจากนี้ผมแล้วก็ยังมีโอกาสได้ทดลองเจาะร่องเดือยเหลี่ยม (Mortise) ด้วยสิ่วกับไม้ยางดู ก็แข็งพอสมควรแต่ก็คิดว่าน่าจะทำได้ แต่ของจริงต้องเจาะไม้แดงนี่ไม้รู้ว่ามันจะแข็งกว่ามากหรือเปล่า เพราะไม้แดงนี่น้ำหนักของไม้นี่เยอะกว่าไม้ยางมากทีเดียว คงจะต้องหมั่นลับคมสิ่วบ่อยๆแน่เลย แล้วเจอกันอีกครั้งสัปดาห์หน้าครับ

        ทำไปทำมาผมมาคิดได้ว่าชิงช้าที่ผมจะทำ ทำไมจะต้องทำให้มันยุ่งยากด้วยเพราะน่าจะทำด้วย Half Lap Joint ก็ได้ไม่จำเป็นต้องทำเป็น Mortise and Tenon  Joint เพราะความหนาของไม้แดงหน้า 3นิ้ว ก็นิ้วครึ่งแล้ว จะได้ทำได้ง่ายและเร็วกว่าด้วยเลื่อยสายพานและเก็บงานส่วนที่ตัดไม่ได้ด้วยเลื่อยญี่ปุ่นแบบ Pull Stroke ก็น่าจะพอไหวนะครับ

        วันนี้ผมเริ่มทำการเชื่อมต่อโครงชิงช้าทั้งหมด 4 ชุด ด้วยการเชื่อมต่อกัน แบบ Half Lap Joint เริ่มแรกผมใช้เลื่อยสายพานตัดนำให้ได้แนวก่อนแล้วจึงมาตัดต่อด้วยเลื่อยญี่ปุ่นแบบ Pull Stroke และเป็นครั้งแรกตั้งแต่ซื้อมาจากงานรวมพลฯที่ได้นำออกมาใช้ ผมยอมรับเลยว่าทึ่งกับความคมของมันมาก คมจริงๆสุดยอดเลยทำให้ผมแทบไม่ได้ออกแรงอะไรมากเลยในการเลื่อย คมขนาดเฉี่ยวโดนมือตอนวางเลื่อยยังเลือดออกซิบๆเลย เดี๋ยวคงจะเจาะสว่านนำเพื่อยึดด้วยสกรูสเตนเลสและทากาว epoxy ตรงรอยต่อเพื่อรอการซอยไม้ทำพื้นม้านั่งชิงช้ากับพนักพิงครับ น่าจะเสร็จโครงสร้างในวันพรุ่งนี้ และคงใช้เวลาอีกวันสองวันในการขัดและลง Teak Oil ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-20 21:08:34


ความคิดเห็นที่ 184 (2935459)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** รูปเลื่อยทำ Half lap joint  แล้วลองประกบดู  จากนั้นติดกาวและยึดด้วยสกรูสเตนเลส 3 ตัวเพื่อความแน่นหนาและทนฝน ***    

 

SEASON 4:

EPISODE 3: เริ่มงานซ่อมแซมชิงช้า

 วันนี้ผมเริ่มทำการเชื่อมต่อโครงของชิงช้าทั้งหมด 4 ชุด โดยที่แต่ละชุดจะประกอบไปด้วยคานด้านล่างสำหรับยึดไม้พิ้น และคานด้านหลังสำหรับยึดไม้ส่วนที่เป็นพนักพิงอย่างละ 1 ชิ้นต่อชนปลายกันด้วยมุม 109 องศา

      การเชื่อมต่อไม้ผมได้เปลี่ยนมาใช้การเชื่อมต่อกัน แบบ Half Lap Joint แทนที่จะใช้แบบเดือยและร่องเหลี่ยม (Mortise and Tenon) ตามที่เคยคิดไว้ แต่ต้องมาเปลี่ยนใจเเนื่องจากมันไม่ได้ชนกันเป็นมุมฉาก 90 องศา ทำให้การทำร่องเหลี่ยมยากขึ้น ลองดูหลายๆวิธีแล้วก็เลยมาคิดดูว่าน่าจะยากและใช้เวลามากเกินไป(อาจโดน ผบ.ทบ. ค่อนเคะเอาได้ว่าเราทำไม่เห็นจะเสร็จซะทีนานนนนนแล้ว) จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนดีกว่าครับ

      ผมใช้เลื่อยสายพานเป็นตัวช่วยในการตัดแนวหัวไม้ก่อน เพื่อผ่อนแรงไม่ต้องผ่าด้วยเลื่อยมือทั้งหมด แล้วจึงมาตัดต่อด้วยเลื่อยญี่ปุ่น Ryoba แบบ Pull Stroke ยี่ห้อ Razersaw ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสได้ใช้เลื่อยญี่ปุ่น (เดิมผมก็ใช้เลื่อยลันดากับเลื่อยปังตอทั้งแบบมีสันและไม่มีสัน ยอมรับเลยว่าผมไม่ค่อยชอบการเลื่อยไม้เท่าไร เพราะมันกินแรงมากและก็ดูเหมือนว่าเจ้าเลื่อยนี่มันก็ไม่ค่อยจะชออบกินเนื้อไม้เอาเสียเลย จึงหันไปใช้เลื่อยไฟฟ้าแทนซะเป็นส่วนใหญ่) ตั้งแต่ซื้อมาจากงานรวมพลฯครั้งที่แล้ว

       ความไม่ชอบในการเลื่อยไม้หายไปหมดจริงๆเมื่อผมได้ใช้เลื่อยญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ผมยอมรับเลยว่าทึ่งกับความคมของมันมาก คมจริงๆ สุดยอดเลยทำให้ผมแทบจะไม่ได้ออกแรงอะไรมากมายเลย ทั้งยังเลื่อยได้ตรงดีซะอีกกับการเลื่อยไม้แดง  คมขนาดเฉี่ยวโดนมือผมตอนวางเลื่อยยังเลือดออกซิบๆเลย

       เมื่อตัดหมดทั้ง 4 ชุดแล้วผมเก็บงานด้วยกระดาษทรายซะหน่อยแล้วจึงทารอยต่อด้วยกาว FULLER- Maxbond Construction Adhesive ที่กันน้ำได้ เนื่องจากชิงช้าจะต้องตั้งใช้งานในสวนนอกบ้านจึงไม่สามารถใช้กาวลาเท็กซ์ได้เพราะมันไม่ทนน้ำ จากนั้นก็ยึดด้วยสกรูสเตนเลสเพื่อความมั่นคงแน่นหนาแล้วก็ไม่เป็นสนิมด้วย

       ตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลารอให้กาวแห้งข้ามคืน เตรียมไว้ให้พร้อมที่จะทำพิ้นและพนักพิงชิงช้าในวันรุ่งขึ้นครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-22 18:53:45


ความคิดเห็นที่ 185 (2935641)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 4:

EPISODE 4: ผ่าไม้

        วันนี้มีโอกาสได้เข้าช็อปอีกครั้งเพื่อตัดและผ่าไม้สำหรับทำที่นั่งและพนักพิงด้วยโต๊ะเลื่อยวงเดือน ผมต้องเอา หวีดันไม้ (Featherboard) มาช่วยเพื่อให้สามารถตัดได้ตรงและหนาเสมอกันทั้งแผ่น และใช้โต๊ะงานไม้เป็น Outfeed Table ส่วนโต๊ะ Roller Shop Cart ที่ผมสร้างไว้ก็นำมาประคองไม้ขาเข้าทำให้ผลงานที่ผ่าออกมาค่อนข้างดีทำให้ไม่ต้องไสผิวมากนัก

        ต้องยอมรับเลยว่าวันนี้เครื่องโต๊ะเลื่อยวงเดือนผมทำงานหนักมาก ครางอิ๋งๆเลย (ขนาด Circuit Breaker ตัดไปครั้งหนึ่งด้วย สาเหตุเพราะผมใช้หวีกดช่วงขาออกมากเกินไปทำให้ไม้ไปบีบใบเลื่อย ต้องคลายออกให้แค่พอดีไม่ต้องดันช่วงปลายแต่แค่ประคองไว้เท่านั้น) ก็เพราะผมทำการผ่าไม้แดงหน้า 3 นิ้วหนา 1-1/2 นิ้วออกเป็น 2 ซีก โดยที่แต่ละแผ่นมีความยาวประมาณ 147 ซม.(ขนาดจริงคือ 145 ซม.) ซึ่งผมต้องการใช้ทั้งหมด 10 แผ่นจึงต้องผ่าไม้แดงทั้งหมด 5ท่อน กว่าจะเข้าทีละนิ้วๆ เสียงเครื่องครางตลอดเวลาเลยต้องค่อยๆป้อน ทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควร จนผมต้องผ่าไปหยุดไป เพื่อพักเครื่องบ้าง นอกจากนี้เจ้าฝุ่นก็อาละวาดไปทั่วเหมือนกัน ขนาดที่ว่าผมต่อเครื่องดูดเก็บฝุ่นเข้ากับโต๊ะเลื่อยโดยตรงแล้วก็ยังมีฝุ่นสีส้มๆเต็มช็อปไปหมดเหมือนกัน ดีที่ผมใส่หน้ากากกันฝุ่นและแว่นตาเพื่อป้องกันไว้ทำให้ปอดไม่ต้องแดงไปตามฝุ่นไม้

         ในที่สุดผมก็สามารถผ่าได้จนหมดก่อนที่จะมืด จึงจัดวางทดสอบเพื่อหาขนาดช่องไฟ พรุ่งนี้คงเป็นวันที่ผมจะทำการปรับไสหน้าไม้ให้เรียบเท่ากันด้วยเครื่องรีดไม้ และลบมุมของไม้ด้านบนทั้งหมดด้วยโต๊ะเร้าเตอร์ (ทริมเมอร์คงเอาไม้แดงไม่ไหวแน่) ก่อนที่จะประกอบเข้าด้วยกันกับโครงทั้ง 4 อันที่ทำไว้แล้ว โดยผมจะทำการยึดมันด้วยสกรูสเตนเลส และทำการเจาะรูเพื่อร้อยน๊อตสำหรับร้อยโซ่ของชิงช้า นอกจากนี้ยังต้องตัดไม้เพื่อทำที่เท้าแขนอีก 2 ชุดที่มันคงทำหน้าที่ค้ำยันระว่างชิ้นที่นั่งกับพนักพิงไปในตัว (คงต้องรีบทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อที่สัปดาห์หน้าผมจะได้มีเวลาเริ่มทำแรงบันดาลใจของผมที่ทำให้มาสนใจงานไม้เสียที พร้อมกับ Mobile Clamp Rack ให้เสร็จก่อนที่จะเริ่มสร้าง Workshop ของผมให้เสร็จภายในปีนี้ให้ได้) ติดตามกันไปเรื่อยๆแล้วกัน ว่างๆก็แวะเวียนเข้ามาดูว่าผมทำอะไรปถึงไหนแล้วครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-23 18:16:33


ความคิดเห็นที่ 186 (2935728)
avatar
pakae

ข้าวของเริ่มเยอะขี้นทุกวันเลยน้าคุณเอ็ม

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-24 09:04:45


ความคิดเห็นที่ 187 (2935744)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

 คุณPakae

ผมน่ะแค่หนึ่งในสามของคุณ i3ird แกได้ละมั้ง ยังอีกไกล ตอนนี้ยังไม่ได้หาอะไรมาเพิ่มเพราะต้องลองใช้ของเก่าให้คุ้นเคยก่อน เลยยังไม่ได้หาอะไรมาเข้าฝูงอีก จริงๆแล้วมีอีกตั้งหลายตัวที่น่าสนใจ รอไว้ให้ทำช็อปเสร็จก่อนจะได้มีที่ทางและได้ใช้เลยเมื่อซื้อมา ไม่ซื้อมาเก็บเป็นปีแล้วครับ เออ......แต่ว่าไปแล้วก็อยากได้ Shoulder plane (กบกระดี่: ไม่ทราบเรียกถูกหรือเปล่า)  กับเขาสักตัวเหมือนกัน ตอนทำ HalfLap Joint ตอนนั้นคิดว่าถ้ามีคงจะดีเหมือนกัน ไม่มีก็ไม่เป็นไรใช้สิ่วกับกระดาษทรายช่วยไปแล้วนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-24 10:48:37


ความคิดเห็นที่ 188 (2935762)
avatar
pakae

มีอ่ะดีที่สุดครับ แต่ตอนนี้ผมอยากได้ Routor plane มากเลย

ถ้าคุณเอ็มจะสั่งของ Vertitas ผมฝากสั่งด้วยคนน่ะ

เมียผมแกเช็คตลอดเลย สั่งไม่ได้เลย

ผู้แสดงความคิดเห็น pakae (iampakae-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-24 12:47:44


ความคิดเห็นที่ 189 (2936386)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณ Pakae

          ตอนนี้คงยังสงบเสงี่ยมเก็บตัวก่อนครับ เพราะสั่งของมางวดที่แล้วหลายอยู่ ยังอยู่ในกล่องวางกับพื้นเลย ยังไม่ได้ใช้เลยเดี๋ยวโดนเหล่อีก รอไว้ทำช็อปเสร็จก่อนแล้วกัน ช่วงนั้นแกคงลืมไปแล้วละ

         สัปดาห์นี้ติดธุระเลยยังไม่ได้ทำอะไรต่อ ไว้สัปดาห์หน้าจะมาทำต่อครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-29 09:36:31


ความคิดเห็นที่ 190 (2936427)
avatar
i3ird

ร่วมกันประท้วงดีมั้ยพี่เอ็มสำหรับลูกผู้ชายตาดำๆอย่างเราๆที่หาเงินแทบตายแต่ไม่มีสิทธิ์ใช้เงินที่เราหามาได้ตามอำเภอใจ5555

เอาเลยพี่เอ็มสำหรับโครงการกระทู้ที่ว่าซื้อของมาแล้วไม่ได้ใช้ไม่รู้ว่าซื้อมาทำไมเนอะผมจะขอร่วมด้วยเลย555

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-29 13:46:51


ความคิดเห็นที่ 191 (2936523)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

      ช่ายเลยคุณ i3ird  เงินก็ของเรานี่นา แต่ทำไมมันใช้ยากจัง (วะ) คงเพราะเกรงใจเขามั้ง งวดก่อนเลยไปแอบสั่งมาตอนเผลอ แล้วเอามาเก็บไว้ตั้งครึ่งปีแล้วยังไม่ได้ใช้เลย นานๆก็ไปเปิดดูซะทีก็สบายใจแล้วละ

      ส่วนเรื่อง กระทู้ซื้อของมาแล้วไม่ได้ใช้แล้วซื้อมาทำไม นี่จริงๆแล้วไม่ค่อยกล้าตั้งกระทู้นี้ละครับ กลัวโดนคนอื่นด่าเอา แต่ถ้าจะเอาจริงเดี๋ยวแอบไปตั้งให้ เอาจริงป่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-29 23:15:58


ความคิดเห็นที่ 192 (2936606)
avatar
nco/กุ้ง

 ผมเอาด้วยครับคนพี่ๆ(เพราะตอนเช้าออกบ้านเจอเลย..เพลาๆหน่อยนะเรื่องซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ)..๕๕๕๕๕๕๕

ผู้แสดงความคิดเห็น nco/กุ้ง (nco333-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-30 10:13:47


ความคิดเห็นที่ 193 (2936831)
avatar
i3ird

นี่ผมน่ะยังดีนะพี่เอ็มที่เล็กเค้าไม่ค่อยได้เดินไปช็อปผมเพราะมันรกถ้าไปล่ะงานเข้าแน่ๆ

ตั้งกระทู้น่ะได้พี่เอ็มแต่ของๆผมๆว่าเขียนปีนึงก้อไม่หมด555เพราะหลายชิ้นมากที่ซื้อมาก้อยังงงจนเดี๋ยวนี้ว่าซื้อมาทำไรหว่า....ว่าจะเอาทยอยมาลงขายซะให้หมดคงดี555

ผู้แสดงความคิดเห็น i3ird (bird-togo-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-01-31 13:24:30


ความคิดเห็นที่ 194 (2937129)
avatar
เทอดศักดิ์(M)

คุณ i3ird 

    เป็นเหตุผลที่ทำไมช็อปเราจึงจำเป็นต้องรกๆใช่ไหมล่ะครับ ผมทำไว้ให้เดินยากๆ ของที่ซื้อมาก็กองเป็นลังๆให้ฝุ่นมันเกาะจะได้ไม่ไปหยิบหรือไปเปิดดูไงครับ  

    เรื่องกระทู้ ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้ แล้วจะขนซื้อมาทำไม เดี๋ยวรอกองหนุนก่อน อาจจะใจกล้าตั้งกระทู้ขึ้นก็ได้ หากตั้งเมื่อไหร่ผมจะไปกดดันให้คุณ i3ird คนเดียวไปก่อนเลย แต่เดี๋ยวก็คงจะมีคนตามมาอีกเพียบเลยเป็นแน่

    วันนี้เป็นวันดี เนื่องจาก ผบ.ทบ.ไปสัมมนา ตจว.3 วัน ผมเลยได้โอกาสไปงาน Thailand Industrial Fair 2013 ที่ ไบเทค บางนา (ย้ำไบเทค บางนา นะครับอย่าเผลอไปที่ศูนย์ประชุมสิริกิตติ์อีกล่ะครับ จำได้นะ 555) ได้ของมาอีกนิดหน่อยครับ ขอผมเอาไปเก็บก่อนที่ ผบ. จะกลับมาละครับ อิอิ

    ผมว่าน่าจะตั้งกระทู้นินทา ผบ.ทบ. ซะด้วยเลยดีไหม (แต่ผมไม่กล้าอ่ะ...... กลัวครับ) ผมนี่ถ้า ผบ.ไปด้วย เวลาจะแวะเข้าไปดูร้านขายเครื่องมือช่างหรือพวกเครื่องอิเล็คทรอนิคส์ ผมมีเวลาเข้าไปได้แค่ 15 นาทีก็โดนโทรตามแล้ว บ่นหิว เมื่อย สารพัด แต่เวลา ผบ.แกไปช้อปปิ้ง ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า น้ำหอม ของใช้สารพัดงี้ เดิน 4 ชั่วโมงรวดไม่พักเลย ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย เมื่อยเลย เราก็ไม่กล้าบ่น ไม่ไปด้วยก็ไม่ได้เพราะจะโดนเรียกไปจ่ายเงินให้ พอช็อปเสร็จบอกเมื่อยแล้ว หิว ง่วง สารพัด ให้กลับเฉยเลย ..... กดดันๆ นินทาซะหน่อย

คุณกุ้ง

    อ้าวโดนกับเขาด้วยหรือ 555 

     ช่วงนี้ ผบ.ทบ. ไม่อยู่บ้าน ผมเลยแวบพาไปชมงาน Thailand Industrial Fair 2013 ฉบับย่อๆครับ สนใจก็ไปแวะเยี่ยมชมได้ครับ

http://www.th่aicarpenter.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=thaicarpentercom&thispage=1&No=1435007

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-02 01:10:47


ความคิดเห็นที่ 195 (2938125)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

SEASON 4:

EPISODE 5: ทำเท้าแขน

     วันนี้กลับไปทำงานในช็อปต่อ หลังจากหยุดพักไปเป็นสัปดาห์เนื่องจากมีงานเข้ามาเลยต้องไปจัดการให้เรียบร้อยก่อน งานไม้เลยยังค้างอยู่ได้ฤกษ์มาทำต่อครับ

     วันนี้ก็เริ่มด้วยการใส่ไม้ที่ตัดไว้เข้าเครื่องรีดไม้อีกครั้งเพื่อให้มันเรียบและมีความหนาเท่าๆกันก่อน หลังจากนั้นจึงเอาดอกเร้าเตอร์ลบมุม ทำการลบมุมไม้ทั้งหมด 10 แผ่นเรียบร้อยด้วยโต๊ะเร้าเตอร์ แต่ก็ต้องทำไปหยุดไป เพราะเกรงใจข้างบ้านเหมือนกันเนื่องจากเสียงมันดังมาก ดังจริงๆ(ผมว่าน่าจะเป็นเครื่องมือช่างไม้ที่มีเสียงดังที่สุดแล้วละครับ)

     เมื่อลบมุมเสร็จแล้ว ผมจึงนำมาตัดด้วยเครื่องเลื่อยองศา เพื่อให้ได้ขนาดที่เท่ากันทั้งหมดทุกแผ่น จากนั้นจึงนำไปยึดติดกับโครงด้านหัวกับท้ายก่อนด้วยสกรูสเตนเลสขนาด 1-1/4" เมื่อยึดเสร็จตั้งใจว่าจะทำที่เท้าแขนทั้ 2ข้างก่อนที่จะขัดด้วยเครื่องขัดกระดาษทรายทั้งตัว แล้วจึงจะยึดโครงตัวกลางทั้ง 2อัน เข้ากับม้านั่งและพนักพิงให้เสร็จในวันพรุ่งนี้ให้ได้ครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-07 20:35:43


ความคิดเห็นที่ 196 (2938197)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** เครื่องเลื่อยองศา Hitachi ที่ซื้อมาเมื่อ 2 ปีที่แล้วเพิ่งจะได้ใช้ก็งานนี้แหละครับ จึงเพิ่งรู้ว่ามันไม่มี Safety Switch ??? ***

    ตัดไม้ทำที่เท้าแขน และเป็นตัวยึดโครงไปในตัว ด้วยเลื่อยองศา (ที่จริงเลื่อยตัวนี้ซื้อมานามมาก พอๆกับเครื่องรีดไม้เลยแต่กว่าจะได้เอามาใช้ก็ตอนที่ทำชิงช้านี่แหละครับแทบจะเป็นของ Antique ไปเลย ใบที่ติดมากับเครื่องเป็นใบ 10นิ้ว 40ฟัน ผมมาเปลี่ยนใส่ใบ 10 นิ้ว ชนิด Multi Materials ของ BOSCH เป็นใบ 120ฟัน เพื่อเอาไว้ตัดอลูมิเนียมโดยเฉพาะ แต่ลองตัดไม้ดูก็ตัดได้เรียบดีเหมือนกัน) แต่เนื่องจากยังไม่ได้ทำโต๊ะวางจึงต้องอาศัยโต๊ะงานไม้ไปก่อนชั่วคราว โดยเอาแคล้มป์มายึดและบังคับไม่ให้มันเคลื่อนที่ได้ไว้ก่อน

    ผมใช้โต๊ะเลื่อยวงเดือน Makita ที่สามารถปรับความสูงได้เป็นตัวประคองไม้เพื่อช่วยในการตัดไปก่อนครับ ตัดเสร็จก็จับลงไปกองอยู่ที่พื้นเพื่อทำอย่างอื่นต่อครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-08 13:01:37


ความคิดเห็นที่ 197 (2938198)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** เครื่องขัดรถถัง Makita 9403 ที่ซื้อมานานแล้วเอาออกมาใช้เป็นครั้งที่ 2 ช่วยงานได้ดีแม้ว่าจะหนักไปหน่อย ***

     ลบขอบมุมของที่เท้าแขนทั้ง 4 ด้านด้วยเลื่อยจิ๊กซอก่อน แล้วขัดลมมุมอีกทีโดยที่ผมเอาไม้ทั้ง 2 ชิ้นมาประกบกันแล้วหนีบด้วยปากกาโต๊ะงานไม้ก่อน แล้วจึงขัดด้วยเครื่องขัดกระดาษทรายแบบรถถัง(หนักน่าดูเหมือนกัน ไถไปไถมาไม่ระวังมันสะบัดเอากระดาษทรายขาดไปอีกหนึึ่งเส้น ต้องเปลี่ยนกระดาษทรายสายพานใหม่ เสร็จแล้วเดี๋ยวจะเอาไปลบมุมด้วยเครื่องทริมเมอร์ก่อนทุกด้าน เพื่อไม่ให้มีมุมรบกวนใจเวลานั่งน่ะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-08 13:04:49


ความคิดเห็นที่ 198 (2938252)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** รูปการทำขา และที่เท้าแขนด้วยเลื่อยสายพานกับเลื่อยญี่ปุ่น แล้วลบมุมด้วยทริมเมอร์ ***

       ตัดไม้ทำค้ำยันที่เท้าแขน และแผ่นที่วางแขนทั้งสองข้างด้วยเลื่อยสายพาน แล้วจึงนำมาตัดเฉียงเพื่อให้เอียงเท่ากับความเอียงของพนักพิงหลังที่เหลือด้วยเลื่อยญี่ปุ่น หลังจากตัดไม้และลบมุมชุดที่เท้าแขนทั้งสองข้างแล้วขัดซะหน่อย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาขัดทีหลังเมื่อประกอบเข้ากับชิงช้าแล้ว

       แต่แล้วผมก็ต้องหยุดงานอีกครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากยังขาดสกรูสเตนเลสขนาด 1-3/4 นิ้ว หรือ ยาวสุดไม่เกิน 2 นิ้ว เพื่อยึดที่เท้าแขนเข้ากับโครงของพนักพิงด้านนอกทั้งสองด้าน เลยยังไม่ได้ยึดชุดที่เท้าแขนเข้ากับตัวชิงช้า (สกรูสเตนเลสที่ผมมีอยู่มีขนาดเดียวคือขนาด 1-1/4 นิ้วซึ่งจะยาวไม่พอ นอกนั้นจะเป็นสกรูเหล็กเคลือบนิเกิล จึงไม่นำมาใช้เพราะนานไปมันจะเป็นสนิม) คงต้องรอไปหาซื้อสกรูก่อนแล้วกันครับจึงค่อยกลับมาประกอบต่อในสัปดาห์หน้า

       การเจาะไม้แดงเพื่อฝังสกรูนี่ผมว่าไม้มันแข็งจริงๆ ทำดอกสว่านผมหักไป 2 ดอกแล้ว จึงต้องค่อยๆเจาะทีละนิดๆและก็ต้องคายเศษที่เจาะออกเป็นระยะๆด้วยมิฉะนั้นมันจะคายไม่ออกและไปติดตามร่องคายเศษไม้ของดอกสว่านอย่างแน่นจนทำให้เจาะไม่เข้าอีกต่อไป ถึงขนาดไหม้และดอกสว่านหักขาดทันที นี่ขนาดยังเหลือที่จะต้องเจาะยึดกับโครงอีก 2 อันรวม สกรูอีก 20 ตัว ผมคงจะต้องไปหาซื้อดอกสว่านขนาด 3 มม. มาเพิ่มอีกสักครึ่งโหลเพื่อกันไว้ก่อนด้วยละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-08 20:47:37


ความคิดเห็นที่ 199 (2938592)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

*** พัฒนาการจากชิงช้าตัวเดิมที่ผุและแตกแล้ว สู่การ DIY ตัวใหม่เพื่อทดแทน ***

SEASON 4:

EPISODE 6: พัฒนาการ

    หลังจากได้สกรูสเตนเลสมาแล้วแต่เป็นขนาด #8 ยาว 2 นิ้ว เพราะที่ร้านแถวบ้านไม่มีขนาด 1-3/4 นิ้ว ผมจึงเริ่มประกอบที่เท้าแขน ด้วยสกรูขนาด 2นิ้ว ที่ซื้อมาแต่ก็มีปัญหาจนได้เพราะผมไม่สามารถที่จะใช้ไขควงกระแทกไฟฟ้าได้เลย (ผมว่าไขควงตัวนี้คุ้มค่ามาก ราคาก็ไม่ถึง 3,000 บาท แต่ช่วยให้ไขสกรูได้ดีจริงๆ) เพราะหัวมันจะขาด คงเพราะไม้มันแข็งมากและบีบสกรูจนลั่นดังเอี๊ยดๆจนขาดเลย แม้ว่าผมจะเจาะนำด้วยดอกขนาด 3 มม.ลึกจนเท่ากับความยาวของสกรูแล้วก็ตาม สกรูขาดไป  2 ตัว(@ 2 บาท) ทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ครับ

     ผมจึงเปลี่ยนดอกสว่านใหม่โดยใช้ดอกสว่านขนาด 3.5 มม.แทน และเจาะจนลึกเท่าความยาวของสกรู แล้วเอาสกรูถูด้วยเทียนไข ก่อนที่จะขันมันด้วยไขควงมือแทน แม้กระนั้นมันก็ยังลั่นเอี้ยดๆเลยจนผมต้องค่อยๆขันทีละนิดๆ (เพราะยิ่งขันเร็วความร้อนสูงขึ้นยิ่งทำให้สกรูขยายตัวทำให้ยิ่งแน่นขึ้น ต้องเชื่อเลยว่ามันแข็งจริงๆ) หลังจากที่ติดที่เท้าแขนทั้ง 2 ข้างเสร็จผมก็ประกอบยึดโครงตัวกลางอีก  2 อันเข้ากับชิงช้าแล้วยึดด้วยสกรูขนาด 1-1/4 นิ้วทั้งหมด 20 ตัวจนครบทุกแผ่น เป็นอันเสร็จโครงสร้างทั้งหมดของชิงช้าแล้วครับ

     เหนื่อยสุดๆเลยวันนี้ ทั้งเมื่อยหลังด้วยอีกต่างหากเพราะต้องทำงานกับพื้น แต่ก็ดีใจที่ DIY ได้จนเกือบสำเร็จแล้ว ที่เหลือก็เป็นขั้นตอนการเจาะรูเพื่อแขวนโซ่ทั้ง 2 ข้างก็ไม่ยากอะไร แล้วก็ต้องขัดด้วยกระดาษทรายทั้งตัว (เป็นงานที่ไม่ค่อยชอบเอาเสียเลย เพราะไม่ชอบฝุ่น ต้องใส่หน้ากากปิดจมูก ใส่แว่นนิรภัย และสวมหมวกตลอดเวลา) ก่อนที่จะลง Teak Oil ต่อไป แต่คงต้องเป็นปลายสัปดาห์เพราะมีงานช่วงต้นสัปดาห์ คงต้องหยุดงานไว้ก่อน

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-11 19:56:46


ความคิดเห็นที่ 200 (2938875)
avatar
เทอดศักดิ์(M)
image

คั่นเวลา เอาตารางการใช้ดอกสว่านเจาะนำ กับสกรูขนาดต่างๆที่ใช้ในงานไม้ทั้งไม้เนื้ออ่อน เนื้อแข็ง มาฝากเผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านที่ยังไม่ทราบบ้างไม่มากก็น้อยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เทอดศักดิ์(M) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-13 09:38:36



« 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.